Friday, May 1, 2015

ทำไม (สุ่ยหลิน) ถึงไปเรียนเมืองจีน

ตอนนั้นที่สุ่ยหลินตัดสินใจไปเรียนเมืองจีน เป็นช่วงเวลาที่ตัวเองเรียนจบป.ตรีแล้วทำงานแล้ว หน้าที่การงานก็โอ เงินเดือนก็โอ ระหว่างที่สุ่ยหลินทำงานอยู่เพื่อนๆ ร่วมมหาลัยต่างก็ทยอยกันไปเรียนต่อเมืองนอก เช่น อังกฤษ อเมริกา

บอกตามตรงว่าตัวเองก็ใช้ชีวิตลั้นลา เงินเดือนใช้ชนเดือนไม่คิดจะเก็บ เคยคิดอยากไปเรียนต่อแต่คิดว่าเราคงไม่ไหวหรอกมั๊ง ไปเรียนอเมริกาใช้ 2 ล้าน เรียนอังกฤษใช้ 1 ล้าน (ค่าใช้จ่ายโดยประมาณตอนนั้นนะ)

กว่าจะคิดได้ก็เกือบ 30 ถึงได้เริ่มเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ตอนนั้นเพื่อนๆ ของสุ่ยหลินก็ต่างเรียนจบป.โทกลับมามีหน้าที่การงานดีๆ กันทุกคน

สุ่ยหลินถึงเพิ่งมามองตัวเองว่า เราจะไปเรียนต่อบ้างล่ะ แต่พูดตามตรงมองตัวเองแล้วคงสู้คนอื่นยาก เพราะคนอื่นเรียนกลับมาแล้วใช้ประโยชน์ ใช้ภาษา ใช้วุฒิจากที่เรียนกลับมาแล้ว หันมองตัวเรายังไม่ออกจากประเทศไทย ไหนเลยจะตามทัน อย่ากระนั้นเลย ฉีกแนวดีกว่า
หันไปมองไปรอบตัว ถ้าจะไปเรียนต่อ ที่ไหนมีประโยชน์กับเราดี ลิสต์มาหลายประเทศ

อินเดีย ข้อดีได้อังกฤษและถูก แต่กลัวตัวเองไม่สามารถเรียนได้สำเร็จ สิ่งแวดล้อมแตกต่างกันเกินไป ขอผ่าน

เกาหลี อืม ตอนนั้นโอปป้ายังไม่ดังเท่านี้นะ แต่ก็ยังไม่เห็นปริมาณการใช้ภาษาเกาหลีเยอะเท่าไหร่ในบ้านเรา ที่สำคัญยังจำกัดวงแคบแค่การท่องเที่ยว

ญี่ปุ่น ดีทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ถูก ที่สำคัญ (คหสต ล้วนๆ ที่ได้เห็นหรือได้ยินมา) เชื่อว่าโอกาสของผู้หญิงในบริษัทญี่ปุ่นมีน้อยกว่าผู้ชายมาก เห็นตำแหน่งที่ผู้หญิงได้ทำก็คือล่ามกับเลขาฯ แต่ตัวเองไม่ชอบทั้งคู่เลยอ่ะ

จีน อืม ไม่แพงมาก ภาษาจีนใช้กับคนจีนในประเทศ 1,300 ล้านคน + จีนโพ้นทะเล (แบบรุ่นพ่อแม่สุ่ยหลิน) อีกทั่วโลก แต่ต้องสู้กับสงครามขากถุยทั้งประเทศ ชั่งนน. ๆ เอาไงดี




ในที่สุด สุ่ยหลินตัดสินใจทุบหม้อข้าวลาออกจากงานไปเรียนเมืองจีน คนที่รู้จักร้อยละ 99 ไม่มีใครเห็นด้วย แต่เข้าใจดีว่าทุกคนเตือนด้วยความหวังดีต่อเราอย่างใจจริง—ขอบคุณมากค่ะ—มีแต่ป๊าสุ่ยหลินคนเดียวที่เห็นด้วย

ตอนนั้นถามว่ากลัวไหม กลัว เครียดไหม เครียด งานโอ เงินเดือนโอ เจ้านายที่รักโอ แต่ชีวิตต้องการการเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่ไปตอนนี้แก่กว่านี้จะไปไหวไหม แก่กว่านี้ลาออกจากงานกลับมาจะมีคนรับทำงานไหม

เดี๋ยวมาติดตามตอนต่อไปนะคะ ชีวิตหมวยที่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ