Sunday, November 29, 2015

บันได 5 ขั้นเก่งพูดภาษาจีน (เคล็ดวิชาจากสุ่ยหลิน^^)

สุ่ยหลินคิดว่าหลายคนพอเรียนภาษาจีนไป ก็ต้องอยากฝึกฝนเป็นธรรมดา เช่น ฝึกฟัง (听力) ก็ฝึกเอาจากหนังหรือละครก็ได้ อยากมีสาระหน่อยก็ดูข่าว ฝึกอ่าน (阅读) ก็อ่านหนังสือการ์ตูน อ่านบทความในเนต  อยากมีสาระก็อ่านหนังสือเรียน แต่พอถึงฝึกพูด (口语) แอ้ก... จุกค่า วัน ๆ ไม่ได้พูดภาษาจีนเลยอ่ะ  แถมบางทีไม่มีใครให้พูดด้วยนี่สิ (นอกจากเหล่าซือที่สอน) !! มึนตึ๊บไปพ่ะยะค่ะ

ทำให้เรียนๆ ไปสักพัก หลายคนมักมีคำถามว่า ทำไมการพูดของเราไม่ค่อยพัฒนานะ?

ก่อนจะมาหาคำตอบด้วยกัน สุ่ยหลินถามทุกคนก่อนนะคะว่าเราเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านี้ไหมเอ่ย?

1. ให้ความสนใจกับการอ่านมากไป เลยลืมที่จะฝึกพูด
2. กลัวที่จะพูดผิดๆ ออกไป (เดวหน้าแตก อาย ไม่มั่นใจเลยอ่ะ)
3. สิ่งแวดล้อมไม่เอื้อที่จะใช้ภาษาจีน (ไม่รู้จะพูดกะใครด้วย ทำไงดี TT)

ลองนึกดูสิคะว่าเราเป็นหนึ่งในสามข้อรึป่าวเอ่ย??  ถ้าเป็น วันนี้สุ่ยหลินขอเสนอเคล็ดวิชา (เว่อร์ม่ะ!) ที่ทำให้ภาษาจีนของเราพอที่จะกระดิ๊บ กระเตื้อง รึดีกว่านั้นก็กระฉูดกว่าเดิมค่าา

ติดตามครัชชช





ขั้นแรก คือเริ่มต้นซะตั้งแต่วันนี้
อ๊ะ...อ๊ะ... อย่าเพิ่งโยนกระถางมานะค้าว่า พูดอยู่หยกๆ ว่าไม่มีคนให้พูดด้วยแล้วจะพูดกะใครล่าาา!! แหม๋!!

ถ้าไม่มีใครก็เริ่มจากคนใกล้ตัวอาจเป็นเพื่อนในห้องที่เรียนด้วยกันก่อนก็ได้ ตั้งกฎไว้ว่าใน 1 ชั่วโมงนี้เราจะพูดแต่ภาษาจีน ใครแพ้เลี้ยงขนม เชื่อเหอะเราจะมีแรงฮึดเพราะความอยากกินฟรี

ใครที่ทำงานแล้ว สุ่ยหลินเชื่อว่าหลายคนต้องมีไปเรียนเสริม ไปเรียนต่อ ก็เกาะกลุ่มเพื่อนเรียนภาษาจีนไว้ หาเพื่อนคุย ตั้งกฏเจอกันอาทิตย์ละครั้งมามีตติ้ง ในมิตติ้งต้องพูดภาษาจีนหรือผลัดกันเล่าเรื่องก็ได้ ใน facebook fanpage ก็มีกลุ่มเรียนภาษาจีนหลายกลุ่ม เวลาเค้าจัดมิตติ้งกันก็ไปจอยกะเค้ามั่ง เปิดโอกาสให้เรารู้จักเพื่อนใหม่คอเดียวกะเราอีกด้วยน้า

จุดที่ต้องเน้นเวลาฝึกพูดคือ 声调 [shēngdiào] หรือเสียงวรรณยุกต์ต้องออกให้ถูก ไวยากรณ์ยังไม่เป็นไร เอาให้เพื่อนฟังออกก็พอ เดวมาจูนกันทีหลังได้

วิธีนี้ช่วยให้เราจะไม่เขินอายเวลาพูด พอไม่เขิล ไม่อายแล้วแล้วก็ลองไปพูดกับครู กับเพื่อนคนจีน  พูดกับคนในวงกว้างขึ้น สำคัญคืออย่ากลัวผิด ผิดไม่ตาย แค่แก้ใหม่ให้ถูกเท่านั้นเองงง


ขั้นสอง ดูทีวี ละคร หนังจีน ซีรีย์ เกมส์โชว์ ที่เราชอบ

วิธีนี้นอกจากจะช่วยฝึกฟังแล้ว ก็ยังทำให้รู้ว่าคนจีนเจ้าของภาษาเค้าพูดกันยังไงนะ? เพราะนี่คือบทสนทนาในชีวิตจริง ซึ่งบางทีหนังสือที่เราเรียน เนื้อหามันเชย มันเอ้าท์ไปแว้ววว จะให้ดีให้พูดซ้ำประโยคที่พระเอก นางเอกเค้าพูดกัน เอาให้เข้าใจความหมาย และที่สำคัญอารมณ์ต้องได้นะ ประหนึ่งเรานั้นเป็นนางเอกในเรื่องยังไงยังงั้น งานมโนต้องมา อิ อิ ไม่ต้องอาย


ขั้นที่สาม พลิกแพลงประโยค

จดประโยคที่เราสนใจ ที่ตัวละครชอบพูดบ่อย ๆ ฝึกพูดเลียนแบบจากบทสนทนาที่ได้ยิน จากนั้นเปลี่ยนคำศัพท์ที่อยู่ในประโยคเดิม เป็นศัพท์ตัวอื่นมั่ง เพื่อฝึกการใช้ที่หลายหลายขึ้นนะ เช่น ในละครเค้าพูดว่า

我今天有能去整理。[wǒ jīntiān yǒu yuē bù néng qù zhěnglǐ] =  วันนี้มีนัด ชั้นเลยไปจัดการไม่ได้

เราก็สามารถเปลี่ยนสีเหลืองๆ ได้ เป็นการเพิ่มวิธีการใช้ให้มากขึ้น เป็น

我今天没有空儿不能去照顾你。[wǒ jīntiān méiyǒu kòng ér bù néng qù zhàogù nǐ.] = วันนี้ชั้นไม่ว่างก็เลยไปดูแลเธอไม่ได้

ทดลองเปลี่ยนคำศัพท์อื่่นๆ อีก เช่น เปลียนจาก 我 เป็น 你 เปลี่ยนจากบอกเล่าเป็นปฏิเสธ หรืออื่นๆ พูดง่ายๆ ก้อคือทดลองใช้ประโยคให้หลากหลายค่าา


ขั้นที่สี่  หัดอธิบายศัพท์ด้วยภาษาจีน

เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในสามโลก ที่เราไม่รู้ศัพท์ทุกคำนะครัชช แต่เมื่อกำลังพูดอยู่ จู่ๆนึกไม่ออกหรือไม่รู้จักศัพท์คำนั้น ก็อย่าแค่ยิ้มอายๆ หรือเงียบไปซะดื้อๆ เราลองใช้เทคนิคเกม 20 คำถาม (เก่าไปมั๊ย บอกอายุนะเนี่ย เขิลจุงง) ให้อธิบายลักษณะรูปร่าง สี และอื่นๆ จากสิ่งที่เรารู้และพูดให้คนฟังเดาเอาค่ะว่ามันคืออะไร?

เช่น แบตโทรศัพท์หมด อยากจะขอยืมสายชาร์ทแบตจากเพื่อนคนจีน แต่ไม่รู้ศัพท์คำว่าสายชาร์ทอ่ะดิ ทำไงดี? ก็อธิบายว่าเธอมีสิ่งนี้มั๊ย สิ่งที่เวลาโทรศัพท์ไม่มีไฟแล้ว เราต้องใช้สิ่งนี้ที่เป็นสายยาวๆด้านนึงเสียบก้นโทรศัพท์ อีกด้านนึงเสียบปลั๊ก เพื่อเติมไฟให้โทรศัพท์อ่ะค่ะ

ใช้เทคนิคนี้บ่อยๆ ถ้าไม่ใช่แค่ช่วยให้เราเก่งศัพท์ขึ้น จะช่วยให้เราพูดเก่งขึ้น พูดภาษาจีนมากขึ้นโดยปริยายเลยนะ อิ อิ (สุ่ยหลินใช้เทคนิคนี้ประจำจ้าาาา)

ปอลิง สายชาร์ตเก๊าเรียก 充电器 [chōngdiànqì] คร้าบบบ


ขั้นที่ห้า  ฝึกมาก็แยะ ได้เวลาเอาไปใช้งานแว้วว

จะเก่งภาษา มันต้องใช้ เมื่อมีโอกาสก็ลองใช้ค่ะ จะลองไปเที่ยวจีน เป็นอาสาไกด์แหล่งท่องเที่ยวไทย ไปซัมเมอร์แคมป์ หรือแม้แต่คุยกับครู อะไรก็ได้ตามแต่ถนัดและโอกาสอำนวย เพื่อขัดเกลาทักษะเราให้แหลมคมขึ้น (พูดวิชาการก็เป็นนะสุ่ยหลินอ่ะ^^)

เวลาในห้องเรียน อย่าอาย อย่าเขิล เหลาซือจัดให้พูด ก็พูดเรยน้า ถือว่าโอกาสมาแระ ต้องคว้าไว้


เป็นไงบ้าง อ่านแล้วพอจุดไฟได้บ้างมั๊ยคะ? สุ่ยหลินบอกก่อนว่าอันนี้เป็น guideline  เท่านั้น เพราะจริงๆ ไม่มีวิธีสำเร็จรูปเหมือนมาม่าหรอกค่ะที่จะทำให้เราเก่งภาษาจีน หัวใจของความเก่งคือความสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำได้อย่างนั้นได้เราก็ต้องสนุกไปกับมัน ไม่รู้สึกเหมือนโดนบังคับ กดดัน จะทำให้เราทำได้นานและพัฒนาจนทำให้เราทำได้ดีในที่สุด

ดังนั้น ลองค้นหาวิธีที่เหมาะกับตัวเราเองนะคะ วิธีที่เราชอบ สนุก ทำได้ไม่เบื่อ เพื่อสร้างความสม่ำเสมอ ซึ่งหากทำได้อันนี้สุ่ยหลินกล้ารับประกัน ภาษาจีนของเราจะดีขึ้นอย่างแน่นอนนนน

加油! 加油!

สู้ๆ นะคะ สุ่ยหลินยืน (อวบ) เป็นแบ๊คอัพให้ค่าา^^



---------------------------------------------
สุ่ยหลินเริ่มมาเขียน Blog ได้ยังไงนะ?? มีคุณผู้อ่านถามมาค่า^^

จริงๆ สุ่ยหลินเริ่มจากเขียนหนังสือมาก่อน เขียนไปเขียนมาตอนนี้ก็ 4 เล่มล่ะ (ดูหนังสือของสุ่ยหลินคลิก 
http://goo.gl/sczOCm )

ต่อมาก็เปิด Fanpage เรียนจีนให้ได้จีน หลังๆ มา Fanpage หน้า Newsfeed ไปเร็วมากๆ โพสที่เคยเขียนไว้คุณผู้อ่าน อ้าว! หาไม่เจอแระ เพราะ Newsfeed ไปแล้วไปเลยหายากมาก ไม่สะดวกกับคุณผู้อ่านเลยนะ จึงเป็นที่มาของการเปิด Blog เพื่อรวบรวมงานเขียนของสุ่ยหลินไว้ที่เดียว หาง่ายด้วยนะ


แต่ไม่ว่าจะทั้ง Fanpage หรือ Blog สุ่ยหลินตั้งใจมากๆ ค่ะที่จะเขียนโพสให้ดี ให้คุณผู้อ่านอ่านแล้วเข้าใจง่าย รู้สึกว่าภาษาจีนสนใจ ไม่น่าเบื่อ เอาไปใช้งานได้จริง หลายๆ โพสสุ่ยหลินเขียนเป็นชั่วโมงเลยค่ะ^^ (แต่เต็มใจน้า อุอิ อุอิ)


เป็นกำลังใจให้สุ่ยหลิน ด้วยการติดตามสุ่ยหลินตามช่องทางข้างล่างนี้ได้เรยจ้าาา ขอบคุณคร้าาบบบป๋ม^^


ติดตามเรื่องราวสนุกๆ น่าสนใจ มีสาระเกี่ยวกับภาษาจีนได้ที่
FB: https://www.facebook.com/chinesexpert/
Blog: http://chinesexpert.blogspot.com/
Line@ : @xulin