Monday, September 28, 2015

อยากเรียนภาษาจีนกลาง ก้าวแรกจะเริ่มยังไงดี???

นับตั้งแต่สุ่ยหลินมี Line@ (Line ID: xulin) สุ่ยหลินได้รับคำถามหลังไมค์เยอะมากๆ เรื่องว่าถ้าจะเริ่มเรียนภาษาจีนกลาง ควรจะเริ่มไงดี? ก้าวแรกคือวิธีเรียนได้ให้ผล เร็ว ดี ประหยัดคืออะไรนะ??

ก่อนอื่นๆ เลยสุ่ยหลินก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านมากเลยนะคะที่ Add Line@ สุ่ยหลินมาเยอะมากๆ เกินความคาดหมายจิงๆ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ คำถามที่ถามมาช่วยให้สุ่ยหลินเข้าใจด้วยว่าจริงๆ แล้วคนอ่านอยากรู้เรื่องอะไร? ปัญหาในการเรียนอยู่ตรงไหน? เพราะบางทีเราเขียน blog ไปนานๆ เขียนเอง เออเองอยู่ข้างเดียวเหมือนกัน แบบนี้ก็ช่วยให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น (กิ๊วๆ ) และก็เข้าใจกันมากขึ้นด้วยค่าา (อิๆ) ^^

นอกจากนี้ สุ่ยหลินก็เข้าใจด้วยว่าบางอย่างสุ่ยหลินก็ยังต้องไปพัฒนาตัวเองให้เก่งๆ ขึ้นไปอีก ขอบคุณมากๆ ค่ะที่ชี้แนะ ถามคำถามมา คำถามไหนตอบได้รีบตอบด่วน คำถามไหนตอบบ่ได้จ้า ขออภัยคับ TT และข้อความเยอะมว๊ากกก แชทผิดแชทถูกห้องหรืออ่านไม่ทันอย่าเพิ่งโกรธกันเลยนะคะ พลีสๆๆ เก๊าขอร้องงงง...นะตัวเองงง

เอ้า...มาสู่ที่จั่วหัวไว้ (ซะที) ว่าก้าวแรกของการเริ่มเรียนภาษาจีนคือทำไงดี? สุ่ยหลินต้องออกตัวก่อนว่าสูตรข้างล่างเนี้ยเป็นวิธีที่สุ่ยหลินใช้เอง อาจจะไม่ได้มีวิธีตายตัว แต่มั่นใจว่าทำแบบนี้ต้องได้ผลแน่ๆ ที่สำคัญไม่เน้นวิชาการ เห้ยยย!!...ไม่ช่าย! ไม่เน้นว่าต้องท่องๆๆๆ อ่านๆๆๆ จำๆๆ เพราะมันมิใช่ตัวสุ่ยหลินเรยค่าาา เรามาหาวิธีเรียนแบบหนุกหนาน เพลิดเพลินจำเริญใจดีก่าเนอะ

อันดับแรกก่อนเราจะเรียนภาษาจีนให้ได้ เราต้องออกเสียงภาษาจีนให้ได้ซะก่อน ระบบที่ว่านั้นจีนแผ่นดินใหญ่เรียกว่า ระบบ "พินอิน"  (拼音) [pīnyīn] ไต้หวันเรียกระบบ "จู้อิน" (注音) [zhùyīn] เนื่องจากสุ่ยหลินเรียนที่จีนมา จึงขอพูดแต่ระบบพินอินนะคะ^^

ติดตามในลิงค์นี้ได้เรยยย..พินอินคืออะไร‬ อ่านออกไปแล้วคนจีนยังงง

พอเราได้พินอินล่ะ ทีนี้ไม่ว่าเรียนภาษาอะไรก็ตาม เป้าหมายของเราๆ ก็คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ให้ได้ใช่ป่าวคะ ดังนั้น เรามาเริ่มทีละสเต็ปกันดีก่า ติดตามโลด



ภาพจาก xetraining.com


ฟัง
พัฒนาการฟังภาษาจีนของเราทำไงดีอ่ะ?? ฟังไม่ออกเลย จับทางไม่ได้!! T_T

วิธีการที่สุ่ยหลินใช้ก็คือ เลือกดูรายการทีวีที่เราชอบเป็นภาษาจีน (ห้ามมีซับไทย หรือซับอังกฤษ แต่ซับจีนได้) จะเป็นรายการอะไรก็ได้ค่ะ ชอบดูละครก็ดูละคร ชอบดูเกมส์โชว์ก็ดูเกมส์โชว์ หลายคนอาจจะแย้งว่าฟังไม่ออกอ่ะ ดูไม่รู้เรื่องอ่ะดิ จะสนุกอาไร้!!

ใช่ค่า แรกๆ ฟังไม่ออกหรอก สุ่ยหลินตอนเริ่มเรียนใหม่ๆ ดูวันละอย่างน้อย 1 ชม. ทุกวันค่ะ ดูไม่รู้เรื่องก็ดูไป เดาๆ ไป เดี๋ยวก็ดูไปก็รู้เรื่องเอง เราเองก็อยากรู้ว่าเรื่องเป็นไงต่อ เห้ยย!!..ตกลงพระเอกชอบใครว้าาา ฮ่วย!! แม่นางเอกร้ายอ่ะ เพราะเค้ามีปมนะ อะไรทำนองนี้

ด้วยวิธีนี้สุ่ยหลินมั่นใจว่า 听力 [tīnglì]  หรือการฟังของเราต้องดีขึ้นแน่นอนใน 1 ปีค่ะ สุ่ยหลินเอาหมวยเป็นตัวประกันนน! (ใครหว่าา...อิอิ)

และเพราะว่าเราเลือกอะไรที่เราชอบดู เราก็จะดูได้นาน ไม่เบื่อง่ายไปซะก่อน ไม่เหมือนอ่านหนังสือเรียนจิงม่ะ??

ทั้งหมดนี้ดูฟรีที่ youtube  หรือ 百度 (baidu) search ว่า 中文电视剧 [Zhōngwén diànshìjù] (ละครจีน) หรือ 中文电影 [Zhōngwén diànyǐng] (หนังจีน) หรือ ใช้ว่า 中文电视游戏节目 [Zhōngwén diànshì yóuxì jiémù] (เกมส์โชว์จีน) พวกนี้ค่าา จะขึ้นมาเพรียบเลย เลือกดูได้เลยค่า

เช่น ลิงค์ข้างล่างนี้ละครจีนล้วนๆ ดูกันจนตาแฉะได้เรยน้า
http://www.iqiyi.com/dianshiju/


พูด
พูดไม่ออกเลย! ต้องพูดทีไร ตะลึงตะไลทู้กที ทำไงดี? ><'

เรื่องการพูดเนี่ย สุ่ยหลินต้องบอกก่อนเลยว่า เราได้เปรียบฝรั่ง เกาหลีและญี่ปุ่นในการพูดภาษาจีนแล้วค่าา เพราะภาษาไทยของเราเนี่ย มีวรรณยุกต์ 5 เสียงภาษาจีนกลางมี 4 เสียง ทำให้เราสะดวกลิ้นกว่าชาติอื่นที่ไม่มีวรรณยุกต์ในการออกเสียง เช่น ฝรั่ง เกาหลีและญี่ปุ่นจะพูดภาษาไทยว่า "ใครขายไข่ไก่" ยากมากกกก เพราะไม่เห็นความต่างของวรรณยุกต์ และจะออกเสียงเป็น "คายขายข่ายกาย" แบบนี้ล่ะค่ะ

ดังนั้น วิธีฝึกพูดที่ดีคือฟังให้ออกก่อน แล้วจดประโยคที่คนจีนชอบใช้ในชีวิตประจำวันจากการดูทีวีจีน แล้วมาพูดตาม ฝึกพูดบ่อยๆ หน้ากระจก และที่สำคัญหาโอกาสใช้บ่อยๆ  คนเราจะพูดได้เก่งก็ต้องพูดบ่อยๆนะคะ มีโอกาสใช้ต้องได้ใช้ ครูให้ออกไปพูดหน้าห้อง ต้องออก พูดผิดช่างมัน อย่ามามัวแอบอยู่หลังเพื่อนนะคะ^^


อ่าน
อ่านไม่ออก ภาษาจีนยากอ่ะ ใครจะจำได้ O-o'

เรื่องเนี้ย สุ่ยหลินบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่สุ่ยหลินพูดบ่อยที่ซู้ดเลยใน blog คือขอให้เราอย่าท่องจำๆๆ โดยไม่มีหลักการ เพราะจำไม่ได้หร๊อก วันนี้เขียนได้พรุ่งนี้ลืม แต่ให้จำโดยวิธีการเดาจากตัวอักษรแทนนะคะ^^ ด้วยวิธีเนี้ย เราจะเดาศัพท์เก่งขึ้นและแม่นขึ้นด้วยล่ะ

สุ่ยหลินใช้วิธีจำอักษรจีนแบบนี้ค่าา
เช่น 袜子 [wàzi]  แปลว่าถุงเท้า สุ่ยหลินใช้วิธีจำว่า 衤ซึ่งหมายถึงอะไรเกี่ยวกับเสื้อผ้าจะอยู่ทางซ้าย 
ส่วนทางขวาคือ 末 [mò] แปลว่าสุดท้ายค่ะ 

พอ末 (สุดท้าย) มาอยู่กับ 衤(เกี่ยวกับเสื้อผ้า) เข้าใจเลยว่า เป็นเสื้อผ้าที่ใส่ท้ายสุดซึ่งก็คือ ถุงเท้า นั่นเองค่าาา

ส่วน 子 ภาษาจีนนิยมเอามาต่อท้ายคำนามที่เป็นพยางค์เดียว (noun suffix)  จริงๆไม่ได้เสริมความหมายให้กับคำค่ะ แต่ที่เติมไปก็เพื่อทำให้เป็นสองพยางค์ค่ะ  (เช่น  孩子[háizi] เด็ก , 筷子[kuàizi] ตะเกียบ)

ทำไมต้องเติมล่ะ? 
ก็เพราะภาษาจีนมีคำพ้องเสียงเยอะเหลือเกินค่ะ เลยเติม 子 เข้าไปเพื่อสร้างคำใหม่ที่มีความชัดเจนขึ้น
เราลองมาฟังประโยคนี้

我还要吃饭。 [wǒ hái yào chīfàn] = ชั้นยังต้องกินข้าว
我孩子要吃饭。 [wǒ háizi yào chīfàn] = ลูกชั้นต้องกินข้าว

ความหมายผิดกันคนละเรื่องเลยใช่ไหมคะ หากคำว่า 孩子 เหลือแค่ 孩 เราคงงงกันน่าดู ว่าม่ะ?

ยังมีตัวอย่างอื่นๆที่สุ่ยหลินเคยเล่าไปแล้ว 
ใน blog นี้จะมี search อยู่ทางขวามือ ให้พิมพ์ keyword คำว่า "อักษรจีน" จะขึ้นโพสของสุ่ยหลินเพรียบบบเลยค่าา

เช่น โพสแบบนี้


ติดตาม blog นี้ไปเรื่อยๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินจะลงเรื่องแบบนี้อีกแยะๆ เรยย สัญญาจ้าา


เขียน
เขียนไม่เป็น ไม่รู้เริ่มขีดไหนดี? ซ้ายขวา หน้าหลัง งง!! TT

เรื่องเขียนเนี่ยสุ่ยหลินยอมรับว่าจะเป็นทักษะที่ยากที่่สุดในบรรดา 4 ทักษะของคนไทยค่ะ คนไทยเราจะแพ้คนญี่ปุ่นเรื่องเนี้ย เพราะรากอักษรญี่ปุ่นเค้าใช้ตัวจีนมาพัฒนา ดังนั้น เรื่องพูดต้องยกให้คนไทย เรื่องเขียนญี่ปุ่นเค้ามาวินอ่ะนะ

แต่ไม่เป็นไรเนอะ ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบหน่อยนึง จะเขียนให้ได้ดี อันดับแรกเราควรเขียนลำดับขีดให้ถูก เดี๋ยวนี้มีดิกสอนลำดับขีดเยอะแยะเลยนะ ที่ฮิตฝุดๆ ก็ http://www.mdbg.net/  การเขียนลำดับขีดถูกทำให้เราเขียนไม่ผิดตัวอักษร เพราะภาษาจีนมีตัวอักษรที่รูปร่างใกล้เคียงกันเยอะมว๊ากกก เช่น

买 [mǎi] , 卖  [mài] ,实 [shí]

已 [yǐ], 己 [jǐ] ,巳 [sì]

งงป่ะล่ะคะ ท่านผู้ชมมมมม ???!!

ถ้าขีดลำดับถูกแล้ว ต่อไปวิธีจำ ให้จำว่าคำนี้มีส่วนประกอบของตัวอะไรมั่งมาประกอบกัน อย่าจำว่ามันขีดไปซ้ายนะ แล้วงอลง แล้วก็มีขีดสั้นตรงๆ กลาง แล้วก็มีจุดอีกสองอัน เอ้ยย!!!..งงตาย


เทคนิคทั้งหมดสุ่ยหลินใช้กับตัวเองมาหมดแร้ววว เลยหวังว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนภาษาจีนของทุกคนให้ดีขึ้นๆ นะคะ

สู้ๆ ค่าา สุ่ยหลินเอาใจช่วยน้า

สุ่ยหลิน^^

--------------------------------------
หนังสือของสุ่ยหลิน เหมาะสำหรับคนเริ่มเรียนภาษาจีนกลางค่ะ เอามาให้ดูเป็นทางเลือกนะคะ ตอนนี้มีขายทั้งหมด 4 เล่มที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ส่วนอีก 2 เล่มกำลังเขียนอยู่เรยยค่ะ รออีกนิดนะคะ^^ 加油! 加油!

หนังสือทุกเล่มยกเว้น Mind Map พูดจีนแบบเน้นๆ เป็นระดับต้นหมดเลยค่ะ ส่วน Mind Map พูดจีนเป็นระดับ 2 ควรมีพื้นฐานมามั่งจะอ่านง่ายขึ้นค่ะสำหรับเล่มนี้

ติดตามหนังสือของสุ่ยหลินได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ค่า ต้องขอบคุณมากๆ เลยที่ขายมา 5 ปีแล้วยังขายดีมาตลอด เย่!! ^^ หนังสือของสุ่ยหลิน











HSK??? ทำไมต้องสอบอ่ะ!! สอบเพื่ออารายยย??

สุ่ยหลินว่าเราหลายคนที่เรียนภาษาจีน ที่สุดแล้วก็คงต้องมีเป้าหมาย เช่น อยากเอนท์มหาลัยอักษรศาสตร์เอกจีน อยากเป็นล่าม อยากไปเรียนต่อเมืองจีน อยากชิงทุน อยากพูดภาษาจีนได้ อยากทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีน ฯลฯ

แต่ทั้งนี้ก่อนที่เราจะไปถึงเป้าหมายนั้น ก็คงต้องมีการวัดระดับความรู้ภาษาจีนของเราก่อน เพราะไม่งั้นเราจะบอกกับมหาลัยหรือบริษัทว่า เห้ยย! ภาษาจีนชั้นอ่ะดี คำถามคือที่ว่าดี ดีแค่ไหน? ระดับความดีของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน (ฟังแล้วคุ้นๆ เหมือนความสวยป่าวคะ? เราว่าเราสวยสุดในซอยล่ะ ข้างบ้านบอกว่าอย่างงี้บ้านเค้าเรียก สวยที่ท้ายซอยตังหาก!!) ดังนั้น จึงต้องมีมาตรฐานกลางเพื่อวัดความสามารถด้านภาษาจีนขึ้นมา แล้วใช้ไปทั่วโลก






มาตรฐานการวัดความสามารถภาษาจีนนี้แล เก๊าเรียกว่า HSK จ้าาา

HSK ย่อมาจาก Hànyǔ Shuǐpíng Kǎoshì (汉语水平考试) เอาแค่ตัวหน้าของพินอินแต่ละคำมาย่อจึงกลายมาเป็น HSK มีทั้งระบบเก่ากะใหม่

ระบบเก่าเราไม่ต้องพูดถึงล่ะกันนะคะ เพราะว่าเค้าไม่ใช้กันแล้ว ส่วนระบบใหม่ อธิบายง่ายๆ ดังข้างล่างนี้ค่า

ติดตามเรยยยน้าา

วิธีการสอบ HSK แบ่งเป็น 2 แบบคือสอบข้อเขียนกะสอบพูด สุ่ยหลินขอเน้นไปที่สอบข้อเขียนเป็นหลักนะคะ เพราะผลสอบที่ได้สามารถเอาไปยื่นสมัครเรียนมหาลัยเมืองจีน ทำงานกับบริษัทจีน ชิงทุน สอบเข้ามหาลัย ฯลฯ ได้ ผลสอบมีอายุ 2 ปี^^

มีทั้งหมด 6 ระดับค่าา


  • ระดับ 1 รู้คำศัพท์อย่างน้อย 150 คำ มีข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟังและอ่าน อย่างละ 20 ข้อ คะแนนเต็ม 200 สอบได้ 120 ถือว่าผ่าน  (พูดง่ายๆ ว่า รู้แค่คำศัพท์เบื้องต้นเล็กๆ น้อยก็พอล่ะ) 


  • ระดับ 2 รู้คำศัพท์อย่างน้อย 300 คำ มีข้อสอบทั้งหมด 60 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟัง 35 ข้อ และอ่าน 25 ข้อ คะแนนเต็ม 200 สอบได้ 120 ถือว่าผ่าน (ต้องประมาณว่าสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างง่ายๆ ได้นะ เจี่ยะปิ่ง จั่งเอ๊ก อ่าว!!..ไม่ใช่ นั่นมันแต้จิ๋วนิ ต้อง ชือฟ่าน -吃饭- กินข้าว  สีจ่าว-洗澡--อาบน้ำ เป็นต้น) 


  • ระดับ 3 รู้คำศัพท์อย่างน้อย 600 คำ มีข้อสอบทั้งหมด 80 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟัง 40 ข้อ อ่าน 30 ข้อ และการเขียน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 300 สอบได้ 180 ถือว่าผ่าน (ต้องระดับที่สามารถพูดเรื่องความเป็นอยู่ การเรียน ทำงาน และท่องเที่ยวได้ค่าา)


  • ระดับ 4 รู้คำศัพท์อย่างน้อย 1,200 คำ  มีข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟัง 45 ข้อ อ่าน 40 ข้อ และการเขียน 15 ข้อ คะแนนเต็ม 300 สอบได้ 180 ถือว่าผ่าน (ก้อต้องพูดในหัวข้อที่กว้างขึ้นจากระดับ 3 ได้และพูดกะคนจีนได้คล่อง ต้องด่าได้...เอ้ยย!! สื่อสารได้ค่าาา) 


  • ระดับ 5  รู้คำศัพท์อย่างน้อย 2,500 คำ มีข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟัง 45 ข้อ อ่าน 45 ข้อ และการเขียน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 300 สอบได้ 180 ถือว่าผ่าน (ต้องเป็นระดับที่อ่านนสพ.และนิตยสารจีนได้ ดูทีวีจีนและหนังจีนเข้าใจเรื่องราว ไม่ใช่ดูจนจบแระใครเป็นพระเอกหว่า??!  แล้วก็พูดภาษาจีนในที่สาธารณะได้)


  • ระดับ 6 รู้คำศัพท์อย่างน้อย 5,000 คำ มีข้อสอบทั้งหมด 101 ข้อ แบ่งออกเป็น ฟัง 50 ข้อ อ่าน 50 ข้อ และการเขียน 1 ข้อ คะแนนเต็ม 300 สอบได้ 180 ถือว่าผ่าน  (ต้องเป็นระดับที่สามารถฟังและอ่านข่าวภาษาจีนได้อย่างเมพๆ แสดงความคิดเห็นของตัวเองแบบด้นสดได้ หรือเขียนภาษาจีนก็ได้คล่องปรื๋อๆๆ ลื่นปรื้ดๆ ระดับเจ้าของภาษาว่างั้นเต๊อะ)


ทั้งหมดที่วงเล็บนั้นสุ่ยหลินป่าวมโนเอาเองนะคะ คือเป็นเงื่อนไขอย่างกว้างๆ ของแต่ละระดับค่า แล้วสุ่ยหลินเอามาเขียนใหม่ให้เข้าใจได้ง่ายๆ จ้า

สำหรับอาจารย์สอนภาษาจีนในเมืองไทยขั้นต้นตามโรงเรียน ต้องการ HSK ระดับ 3 
ถ้าต้องการไปเรียนต่อเมืองจีน ส่วนใหญ่ต้องการ  HSK ระดับ 4 ซึ่งแต่ละคณะแต่ละมหาลัยต้องการไม่เท่ากันนะคะ ต้องเช็คเงื่อนไขกันก่อนน้า


ภาพจาก http://www.studyhsk.com/hsk-outline-analysis


อธิบายรูปหน่อย เดี๋ยวมีคนงง แท่งสีเลือดหมูคือจำนวนคำศัพท์ ส่วนแท่งสีฟ้าแทนจำนวนตัวอักษรที่ควรรู้ในแต่ละระดับ เช่น 
อยู่ระดับ1 ต้องรู้ 150คำ 
พอมาระดับ 2 ต้องรู้เพิ่มอีก 150 คำ  รวมเป็น 300 คำ 
ระดับ 3 ต้องรู้เพิ่มอีก 300คำ  รวมเป็น 600 คำ 
เรื่อยมาจนถึงระดับ 6 ต้องรู้ศัพท์เพิ่มจากระดับ 5 อีก 2500 คำ ซึ่งสรุปแล้วต้องรู้ทั้งหมด 150+150+300+600+1300+2500 = 5,000 คำนั่นเอง

(ส่วนที่ว่าทำไมยิ่งระดับสูง จำนวนตัวอักษรยิ่งรู้เพิ่มน้อยกว่าหากเทียบกับจำนวนคำศัพท์ล่ะ? นั่นก็เพราะว่า มีจำนวนคำศัพท์ที่เกิดจากการใช้อักษรตัวเดียวกันในการสร้างคำใหม่เยอะขึ้นนั่นเองค่าา เช่น 出,出版 ,出口,出色 และ 出席 ใช้อักษร 出 ในการสร้างศัพท์ใหม่เหมือนกัน )


อยู่เมืองไทยจะสอบ HSK ที่ไหน??

สามารถใช้ google หาคำว่า "สถานที่สอบ HSK" ก็จะขึ้นมาให้ทั้งหมดค่าา ค่าใช้จ่ายในการสอบแต่ละระดับไม่เท่่ากัน ยิ่งสูงยิ่งแพง ส่วนผลสอบดูออนไลน์ได้ 1 เดือนให้หลังจากวันสอบที่ http://www.chinesetest.cn/gosign.do?lid=0  (ลุ้นชะมัด ตอนเครื่องหมุนรอผลสอบอ่ะ)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่าา http://www.blcubangkok.com/hsk.asp (เค้าเขียนไว้ละเอียดเลยค่าา)

สุ่ยหลินขอเอาใจช่วยให้คนที่จะสอบ HSK ทุกคนได้คะแนนสอบดีๆ นะคะ เดวโพสหลังๆ จะแนะนำเทคนิคและวิธีการสอบให้ผ่านกันค่ะ ติดตามกันโด้ยยยยน้าาา

สุ่ยหลิน^^
----------------------------------------------------------
ตอนนี้สุ่ยหลินมี Line@ แล้วน้าาาา

Add QR Code ข้างล่างหรือ Line ID: @xulin "สุ่ยหลิน เรียนจีน" นะค้าา ถ้า add ไปเจอรูปผู้หญิงหน้าหมวยๆ ล่ะก็ มาถูกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ผิดอันนะตะเองงง

ใครอยากเรียนภาษาจีนแบบฮาๆ ตลกๆ จีนนอกตำรา Add กันเยอะๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินสัญญาว่าจะอัพเดทเรื่องภาษาจีน เรียนจีนแบบนอกตำรา จะอัพกันบ่อยๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ


สุ่ยหลินคอยอยู่นะคะ จัดมาด่วนๆ จ้า^^^
ปอลิง ถ้าใน message เนื้อหาไม่ขึ้น อย่าลืมดู Home หรือ Timeline ของ @สุ่ยหลิน เรียนจีนด้วยน้า^^ เย่ๆๆ เราจะได้เจอกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นแร้ววว (ลืมถามแฟนเพจว่าอยากใกล้ชิดอ่ะป่าว ><')








Thursday, September 24, 2015

เซย์โนอ้อมๆ ในภาษาจีน (委婉语)

สุ่ยหลินว่าเราทุกคนที่เรียนภาษาจีน ต้องรู้อยู่แล้วล่ะว่าเวลาจะปฏิเสธในภาษาจีนต้องพูดว่า 不 [bù] แปลว่า "ไม่" กันแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วคนจีนเค้าก็มีวิธีในการปฏิเสธแบบอ้อมๆ เหมือนคนไทยเด๊ะๆ เลยนะ

คือไม่พูดตรงๆ ว่า "ไม่" แต่กลับพูดอย่างอื่นแทน

งั้นเรามารู้จักวิธีปฏิเสธอ้อมๆ แต่บอกว่า NO ในภาษาจีนดีกว่า เผื่อได้ยินมาเราจะได้ไม่งงว่าตกลงว่าโอเคหรือไม่โอเคกันแน่นะ?

ติดตามค่าาาา ^^

คำข้างล่างนี้ทั้งหมดแปลว่า "ไม่" แบบอ้อมๆ น้าา







1. 没有 méi yǒu

没有 [méi yǒu] = แปลตรงตัวว่า "ไม่มี"
แต่บางทีคนพูดไม่ได้หมายถึงว่า "ไม่มี" จิงๆ หรอกนะ เช่น เวลาเราเข้าไปขอความช่วยเหลืออะไร แล้วเจอคนที่ไม่อยากช่วย บางทีเค้าไม่ได้ฟังเราด้วยซ้ำว่ากระเหรี่ยงคนนี้กำลังพูดอะไร แต่จะรีบบอกเลยว่า 没有。没有。 ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร แต่เป็นการตัดบทแบบไม่คิดจะช่วยอะไรมากกว่า TT



2. 想一想吧 [xiǎng yī xiǎng ba]

想一想吧 [xiǎng yī xiǎng ba] = แปลตรงตัวคือ "ขอคิดดูก่อน"
อันนี้สุ่ยหลินว่าคนไทยไม่งงว่าเค้าปฏิเสธแต่ฝรั่งมักงงค่าา ขอคิดดูก่อนของฝรั่งคือเก็บไปคิดก่อนว่าจะเอาไง แต่คนจีนถ้าพูดแบบนี้เกือบละร้อยละร้อย คือ No ต่างหาก แต่ไม่อยากบอกเราตรงๆ เดี๋ยวโกรธกัน เลยออกแบบสวยๆ ว่า "ขอคิดดูก่อนละกัน"



3. 下次吧 [xià cì ba]

下次吧 [xià cì ba] = แปลตรงตัวคือ "ครั้งหน้าละกั๊นน"
คำนี้จิงๆ มีความหมายว่า "ไม่เอาล่ะ ขอบคุณ" เช่น เวลาจะชวนใครไปไหน แต่เค้าไม่อยากไปด้วย แต่ครั้นจะบอกว่าไม่เอาล่ะ ไม่ไปขอบคุณ 
เดี๋ยวจะเสียเพื่อน ก็ตอบว่า 下次吧 ครั้งหน้าล่ะเนอะ แต่ไม่เคยมีครั้งนั้นมาถึงซ้ากกที ว้าา...แห้วเลย



4. 不太清楚 [bú tài qīng chu]

不太清楚 [bú tài qīng chu] = แปลตรงตัวว่า "ก็ไม่ค่อยแน่ใจ" "ก็ไม่ค่อยเข้าใจ"

คำนี้มักได้ยินบ่อยๆ เวลาเราถามทางค่ะ ถ้าเราถามใครแล้วยังไม่ทันจะถามเสร็จเลย เค้าบอกว่า 不太清楚 แปลว่าเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือรู้แต่ไม่อยากจะบอกเรา (อ่าววว...ทำไมซะงั้นล่ะ!!) สรุปคืออย่าเซ้าซี้ถ้าเจอคำนี้ ถามคนอื่นดีกว่าเต๊อะค่าา



5. 过两天吧 gùo liǎng tiān ba

过两天吧 gùo liǎng tiān ba = แปลตรงตัวว่า "ไว้อีกสักสองวัน"
เช่นเดียวกันค่าา เวลาเราไปถามข้อมูลใคร หรือขอให้ใครทำอะไรให้เค้าตอบมาว่า 过两天吧 ก็ไม่ได้แปลว่าอีกสองวันเค้าจะทำให้นะคะ แต่เป็นคำตอบแบบผัดผ่อน เอาไว้ก่อน ก็อาจจะทำให้นะ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ประมาณนี้ค่าา


อันนี้มีขยาย คำๆนี้ เพจจี๊นจีน - 很中国 เคยพูดเอาไว้เหมือนกัน สุ่ยหลินจำได้เลยลองไปหามา อยากอ่านก็นี่เลย
 https://www.facebook.com/henzhongguo/posts/484545258366283


คำพวกนี้ นอกจากรู้ไว้ว่าเค้าพูดแบบนี้แปลว่าอะไรแล้ว เรายังจำเอาไปใช้ปฏิเสธแบบสวยๆ เริ่ดๆ เชิดๆ อีกก็ได้ด้วยน้าาา


สุ่ยหลิน^^

เครดิต http://info.chinlingo.com/detail/id/1070.html


---------------------------
ตอนนี้สุ่ยหลินมี Line@ แล้วน้าาาา

Add QR Code ข้างล่างหรือ Line ID: @xulin "สุ่ยหลิน เรียนจีน" นะค้าา ถ้า add ไปเจอรูปผู้หญิงหน้าหมวยๆ ล่ะก็ มาถูกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ผิดอันนะตะเองงง

ใครอยากเรียนภาษาจีนแบบฮาๆ ตลกๆ จีนนอกตำรา Add กันเยอะๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินสัญญาว่าจะอัพเดทเรื่องภาษาจีน เรียนจีนแบบนอกตำรา จะอัพกันบ่อยๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ


สุ่ยหลินคอยอยู่นะคะ จัดมาด่วนๆ จ้า^^^
ปอลิง ถ้าใน message เนื้อหาไม่ขึ้น อย่าลืมดู Home หรือ Timeline ของ @สุ่ยหลิน เรียนจีนด้วยน้า^^ เย่ๆๆ เราจะได้เจอกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นแร้ววว (ลืมถามแฟนเพจว่าอยากใกล้ชิดอ่ะป่าว ><')

















Tuesday, September 22, 2015

เพิ่มเติม ability ตัวเอง ! ใช้ดิกจีนหาคำศัพท์จากส่วนประกอบของคำ (偏旁)

แหม๋ๆๆ สุ่ยหลินจั่วหัวยังกะชวนเล่นเกม แต่จะมองว่าเหมือนเล่มเกมก็ได้น้า เพราะวันนี้สุ่ยหลินจะชวนวิธีการใช้ดิกให้สนุกขึ้นล่ะ!!



เคยเป็นไหมคะ? เวลาเจอศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดจากการผสมอักษรจีนเดี่ยวๆตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แลัวกลายเป็นอักษรตัวใหม่ ซึ่งตัวใหม่ที่ว่าเนี่ยเราก็รู้อ่ะนะ ว่าแยกส่วนแล้วคือตัวไหนบ้าง อ่านว่าอะไร แปลว่าอะไรก็ยังรู้นะ แต่พอมารวมเป็นอักษรตัวใหม่ เอาล่ะสิ! เริ่มงงแล้ว แปลว่าอะไรพอเดาๆได้ อ่านว่าอะไรนี่บอดเลยค่าาา!! สุ่ยหลินเป็นมาตล๊อดเลลยยย @&&#)$_$)

ยกตัวอย่างดีกว่าค่ะ (แกล้งไม่รู้ศัพท์ก่อนน้าทุกคนคะ)
เช่น 看 เรารู้นะว่า คือ 手 [shǒu] มือ รวมกับ 目[mù] ตา แต่อ่านว่าอะไรแปลว่าอะไรอ่ะ?

หรือ
问 ก็แบบว่าเก่งอ่ะ รู้ว่า คือ 门 [mén] ประตู รวมกับ 口[kǒu] ปาก แต่ไม่รู้แระ แปลว่าอะไร?

วันนี้สุ่ยหลินมีวิธีมาบอก อาจไม่ perfect นักแต่ก็คิดว่ามีประโยชน์เลยเอามาแชร์กันค่ะ ใครมี App ดีๆ เจ๋งๆ หรือวิธีการที่ง่ายกว่านี้ ออกมาแชร์กันเลยนะคะ 

สุ่ยหลินใช้วิธีนี้ค่ะ 
1. เข้าไปที่เวป http://www.mdbg.net ในส่วน Character dictionary หรือง่ายๆก็คลิ๊กนี่เลย http://www.mdbg.net/chindict/chindict.php?page=chardict

2. จากน้ันให้พิมพ์พินอินส่วนประกอบของคำที่เราต้องการหา ลงในช่องนี้เลย
Show entries containing character components: (汉字部件)



3.ตัวอย่าง  看 ก็พิมพ์ส่วนประกอบ 手 [shǒu] กับ 目[mù] ค่ะ จากนั้นกดปุ่ม Go


4. ได้มาแล้วค่า 看 ทั้งพินอิน และคำแปล ง่ายม่ะ


5. ลองดู 问บ้าง ออกมาเต็มเลย ตัวไหนที่มีส่วนประกอบของ门 รวมกับ 口 แสดงตัวออกมาหมด ก็เลือกดูเอานะ



6. หากเป็นอักษรลดรูปต้องเอาให้เหมือนนะคะ ถึงจะหาเจอ เช่น 休 ก็ต้องพิมพ์ 亻กับ 木 นะคะ

จะพิมพ์ 亻(รูปย่อของ人) ให้กด Show common components ใต้ช่องค้นหาแล้วคลิ๊กเลือกเอานะ



เป็นไงบ้างคะ ใช้ไม่ยากใช่ไหม สุ่ยหลินลองแล้วก็ดีระดับนึงเลยน้าาช่วยให้เราเรียนรู้ส่วนประกอบคำด้วยนะเออ ตินิดนึงคือมันต้องเข้าเว็บ ไม่จ๊าบเหมือน App เท่าไหร่

ก็ลองใช้กันดูนะคะ^^ หากใครมีวิธีการง่ายกว่านี้ก็แนะนำกันได้เลยจ้าา (จริงๆ อีกวิธีนึงก็ handwriting input ก็โอนะ ถ้าใครเขียนคล่องๆ App ทุกตัวน่าจะรองรับหมดแล้ว) 


สุ่ยหลิน^^

------------------
ตอนนี้สุ่ยหลินมี Line@ แล้วน้าาาา

Add QR Code ข้างล่างหรือ Line ID: @qjk9935q "สุ่ยหลิน เรียนจีน" นะค้าา ถ้า add ไปเจอรูปผู้หญิงหน้าหมวยๆ ล่ะก็ มาถูกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ผิดอันนะตะเองงง

ใครอยากเรียนภาษาจีนแบบฮาๆ ตลกๆ จีนนอกตำรา Add กันเยอะๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินสัญญาว่าจะอัพเดทเรื่องภาษาจีน เรียนจีนแบบนอกตำรา จะอัพกันบ่อยๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ


สุ่ยหลินคอยอยู่นะคะ จัดมาด่วนๆ จ้า^^^
ปอลิง ถ้าใน message เนื้อหาไม่ขึ้น อย่าลืมดู Home หรือ Timeline ของ @สุ่ยหลิน เรียนจีนด้วยน้า^^ เย่ๆๆ เราจะได้เจอกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นแร้ววว (ลืมถามแฟนเพจว่าอยากใกล้ชิดอ่ะป่าว ><')

















Sunday, September 20, 2015

เรื่องลึกลับที่เราที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับจิ๋นซีฮ่องเต้!! (秦始皇帝)

สุ่ยหลินว่าคนเรียนภาษาจีนอย่างเราๆ เนี่ย ต้องรู้จักจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นแน่ๆ เพราะมีหนัง มีละครเยอะแยะเลยที่เล่าถึงความเก่งกาจ ความโหดของจิ๋นซี ส่วนด้านดีๆ ก็เช่น เรารู้ว่าท่านเป็นคนเริ่มสร้างกำแพงเมืองจีนโดยเอากำแพงที่เคยเป็นของแคว้นต่างๆมาต่อกันและสร้างให้แข็งแรงขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกนอกด่าน และเป็นคนรวมชาติจีนให้เป็นหนึ่ง ทำประโยชน์แก่ประเทศอีกเยอะแยะนะคะ^^


จิ๋นซีฮ่องเต้ (秦始皇帝
ภาพจาก www.britannica.com/biography/Shihuangdi

คิดดูเมื่อตอนมีชีวิตจะยิ่งใหญ่ขะไหนขนาด ยิ่งกว่านั้น เมื่อสิบกว่าปีก่อนมีข่าวว่าขุดเจอชุดที่ทำจากหยกทั้งชุดตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นหลุมฝังพระศพของจิ๋นซี ยิ่งสร้างความฮือฮาไปอีก ว่าหลุมจริงๆ จะเป็นไง แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครเจอร่างพระองค์จริงๆ ซะที ยังเป็นความลับดำมืดของจักรวาลต่อไปว่าอยู่ไหน


  CG effect แสดงรูปสมัยสร้างสุสาน
ภาพจาก http://bj.gdc-world.com 


 เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าวันนี้เรารู้อะไรมากกว่าแต่ก่อนเยอะ เรามาย้อนอดีตติดตามเรื่องลึกลับของจิ๋นซีฮ่องเต้กันค่าาา ^^ (ถูกใจคอละครจีนแน่ๆๆ)

จิ๋นซีฮ่องเต้ภาษาจีนกลางเรียก 秦始皇帝 [Qín Shǐ Huángdì]  ว่ากันว่าเมื่อมีพระชนม์ชีพ พระองค์ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นอมตะ เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะมาตลอด แต่อย่างที่รู้ค่ะ ไม่มีใครหนีพ้น เชื่อกันว่าหลุมฝังพระศพจะมลังมเลืองอลังการงานสร้าง เพื่อเก็บรักษาร่างกายพระองค์ไว้ (รอวันฟื้นคืนชีพจากโลกหน้า O_o)่


ข้อที่ 1 ร่างของจิ๋นซียังอยู่ดีเหรอ?
หลายคนคงหัวเราะหุ หุ คิดมาได้ไงเนี่ย มันลึกลับตรงไหนฟร่ะ!!

คืองี้ค่ะเมื่อปี 1970 (ก็นานแล้วอ่ะนะ) มีค้นพบร่างของ 马王堆 [Mǎwángduī] ซึ่งเป็นภรรยาท่านอ๋อง (สุ่ยหลินไม่รู้จะเรียกยศยังไงดี?) อยู่ในสภาพมัมมี่ที่สมบูรณ์มาก สมบูรณ์ขนาดไหน? ก็ขนาดที่รู้ว่าเค้าเสียตอนอายุ 50 เศษ เป็นโรคหัวใจตีบเพราะอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ (กินดีเกิน) และในกระเพาะมีเมล็ดเมลอนอยู่!!??

ที่ตั้งสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้


จึงเชื่อกันว่าเมื่อ 马王堆 ซึ่งอยู่ในราชวงศ์ฮั่น ยังมีเทคนิคล้ำหน้ารักษาร่างไว้ได้ดีขนาด แล้วราชวงศ์ฉินของจิ๋นซี ซึ่งย้อนไปก่อนอีกแค่ 100 ปีจะคิดเทคนิคนี้ม่ะได้เหรอ (อ่า...แต่ 100 ปีก็นานนะคะท่านผู้ชมมมม??!) จึงมีความเชื่อว่าร่างของจิ๋นซีน่าจะเก็บรักษาไว้ได้ ด้วยเทคนิคโบราณของยุคนั้น

ส่วนอีกแนวทางนึง บอกว่ายากกกจ้าาาา เพราะท่านสิ้นในฤดูร้อนระหว่างการเดินทาง ร่างกายก็เริ่มจะเสื่อมตอนเอากลับมาวังหลวง คงยากที่จะรักษาร่างให้สมบูรณ์ไว้ได้

เลยยังเป็นข้อให้ถกเถียงกันต่อไป


ข้อ 2 จริงเหรอที่มีปรอทฝังอยู่ในหลุมศพของจิ๋นซี?
อันนี้ตามหนังเลยนะ ตกลงว่าจิงไหม๊? ฝังเพื่อ??

ทะเลปรอท รอบๆโลงเก็บพระศพ

อ้างอิงจากตำรา เค้าว่านักธรณีวิทยาได้เอาดินตรงแถวๆ ที่เชื่อว่าเป็นหลุมศพ หรือแถวที่ขุดเจอสมบัติต่างๆ พบว่าบริเวณเหล่าเนี้ยมีสารปรอทสูงกว่าบริเวณอื่นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น จึงเชื่อว่ามีปรอทฝังอยู่ในหลุมจิงๆ วัตถุประสงค์เพื่อรักษาร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อย (ไปกว่านี้??!!)


ข้อ 3 พระราชวังใต้ดินของจิ๋นซีมีอยู่จิงเหรอ?
เห้ยย..อันนี้สุ่ยหลินไม่รู้ว่าก่อนเลยค่ะ จนมาได้อ่านเจอ!

เค้าว่าพระราชวังใต้ดินของจิ๋นซี (มีไว้เก็บพระศพด้วย) ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลมาตรฐาน 5 สนาม ฝังลึกลงไปในดิน ปัญหาคือแล้วลึกแค่ไหนล่ะ?

แบบจำลองพระราชวังใต้ดินตามการสันนิษฐาน

คำตอบของนักวิทยาศาสตร์ก็คือ ลึกแค่ยังขุดไม่เจอค่าาา แห่ๆๆ ถึงทุกวันนี้ พวกเราก็ยังได้แต่มโนไปต่างๆ นานา ว่าอยู่ตรงนู้น ตรงนี้

มีคนสมัยโบราณบันทึกไว้ว่า หลุมพระศพหรือพระราชวังมี 3 ประตู ได้แก่ประตูนอก ประตูกลางและประตูใน โดยประตูในจะล็อคอัตโนมัติเพื่อป้องกันคนจากภายนอกเข้ามาตลอดไปและป้องกันคนข้างในออกไปด้วย (แปลถูกขังตาย) และทั้ง 3 ประตูตรงกันเป็นแนวเดียว บรือออสสสสส์!!??



ข้อ 4 มีสมบัติแค่ไหนในสุสานจิ๋นซี?
เป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ใช่ป่าวคะ? ว่าอภิมหาสมบัติของท่านจะเป็นไง? เค้าว่างี้ค่าา

ตามบันทึก (อีกแระ) เค้าว่าสุสานท่านมีของมีค่าเยอะแยะ ถ้วยชาม หินมีค่า และทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล ตามประวัติศาสตร์เจอบันทึกว่า "ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยเจอสุสานไหนมีของมีค่ามากเท่าสุสานจิ๋นซีมาก่อน"




แต่ถึงบัดนาวก็ยังไม่มีใครขุดเจอเจ๋งๆ นะคะ ที่ใกล้เคียงที่สุดคือเคยขุดเจอม้าหล่อด้วยทองแดงขนาดเท่าของจริงในสุสาน สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้ชาวโลกต่อปาายยย อืมมม!?!


ข้อ 5 อาวุธลับในสุสานยังมีอยู่ป่าว?
ตามที่เราเห็นในหนังจีน อาวุธลับต่างๆ เช่น ธนูพุ่งออกมาจากฝา หอกโผล่พรวดที่พื้น ฯลฯ แล้วในสุสานจะมีไหม๊?

แบบจำลองธนูลับในสุสาน

คนโบราณเค้ามีขโมยนะ ยิ่งรู้ว่าสุสานกษัตริย์ต้องมีของมีค่าให้ขโมยแน่ๆ แม้กระทั่งในสุสานจิ๋นซีก็เหมือนกัน มีทั้งปรอทพิษ ธนูยิงมาจากผนัง และอาวุธลับอื่นๆ เพราะคนที่กล้าบุกรุก จะต้องตายสถานเดียววว

แต่ปัจจุบันเวลาผ่านมา 2 พันกว่าปีแระ สงสัยอาวุธลับคงจะเปื่อยหมดแล้วล่ะค่าา

เป็นไงกันมั่งคะ อ่านจบแล้วตื่นเต้นเหมือนสุ่ยหลินม่ะ อยากกลับไปดูหนังจีนเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซีอีกรอบจังงง

สุ่ยหลิน^^
ที่มาเรื่องและภาพ : http://www.chinawhisper.com/top-10-unsolved-mysteries-of-emperor-qinshihuangs-mausoleum/

---------------------------
ตอนนี้สุ่ยหลินมี Line@ แล้วน้าาาา

Add QR Code ข้างล่างหรือ Line ID: @qjk9935q "สุ่ยหลิน เรียนจีน" นะค้าา ถ้า add ไปเจอรูปผู้หญิงหน้าหมวยๆ ล่ะก็ มาถูกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ผิดอันนะตะเองงง

ใครอยากเรียนภาษาจีนแบบฮาๆ ตลกๆ จีนนอกตำรา Add กันเยอะๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินสัญญาว่าจะอัพเดทเรื่องภาษาจีน เรียนจีนแบบนอกตำรา จะอัพกันบ่อยๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ


สุ่ยหลินคอยอยู่นะคะ จัดมาด่วนๆ จ้า^^^
ปอลิง ถ้าใน message เนื้อหาไม่ขึ้น อย่าลืมดู Home หรือ Timeline ของ @สุ่ยหลิน เรียนจีนด้วยน้า^^ เย่ๆๆ เราจะได้เจอกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นแร้ววว (ลืมถามแฟนเพจว่าอยากใกล้ชิดอ่ะป่าว ><')



Thursday, September 17, 2015

ที่มาของอักษรภาพ 雨 (ฝนจ๋า ตกมาเกือบอาทิตย์แระ รู้ไหมว่าซักผ้าบ่ได้เลยยยTT)

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเพราะพายุหว่ามก๋อ (ชื่อเรียกยากแฮะ!) นอกจากรถที่กทม.จะติดเดินทางไม่สะดวก เวลาเดินทางก็ใช้นานขึ้นด้วยแล้ว แฟนเพจของสุ่ยหลินก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะคะเดี๋ยวจะป่วยเอาได้

เพื่อให้เข้ากะสถานการณ์ที่ฝนกำลังอยู่ตอนนี้เลยยย สุ่ยหลินขอเสนออักษรภาพ 雨 [yǔ] ที่แปลว่า "ฝน" ค่าา

อย่างที่เคยคุยกันเนอะ ว่าอักษรจีนคืออักษรภาพ คนจีนเค้าเขียนอย่างที่ตาเห็น วันนี้เรามารู้จักที่มาของอักษรภาพ 雨 กันดีกว่า (นอกหน้าต่างฝนกำลังซัดสาดเลยน้า)


แรกเริ่มเดิมที อักษรภาพของ雨 คือภาพนี้ค่าาา

ดูออกไหมเอ่ย? มันคือภาพของก้อนเมฆและฝนหกเม็ดอยู่ใต้ก้อนเมฆ เส้นนอนยาวๆ แทนก้อนเมฆ ฝนสามเม็ดบนเขียนติดกับก้อนเมฆ (ดูเหมือนสามง่ามของตือโป๊ยก่ายเลยอ่ะ) ส่วนอีกสามเม็ดก็อยู่ด้านล่างถัดลงมาอีก อันนี้ค่อยเหมือนเม็ดฝนหน่อยเนาะ



ต่อมา อักษรก็เกิดการวิวัฒนาการขึ้น กลายเป็นรูปนี้ (สุ่ยหลินว่าอันบนเหมือนฝนมากกว่าอ่ะนะ แต่เค้าไม่ได้ถามเรานิว่าชอบอันไหน เค้าให้เราใช้ตังหาก TT)


เมฆเกิดการเปลี่ยนรูปร่างเป็นสามง่ามชัดเจน ฝนก็ตกน้อยลง (โลกร้อนขึ้นเหรอ?) เหลือเม็ดฝนแค่สี่เม็ด และเพิ่มเส้นนอนอยู่ด้านบนสุดแสดงความหมายของท้องฟ้า
วิวัฒนาการกันไปมาอีกหลายรอบ (ตามรูปข้างล่าง) จนสุดท้ายกลายมาเป็นอักษร ที่เราใช้ปัจจุบันค่าาาา 

เรื่องมันเป็นจะอี้แล...  



ปอลิง หากใครติดตามเพจสุ่ยหลินนานพอสมควร อาจจะพอจำได้ว่าสุ่ยหลินเคยโพสเกี่ยวกับที่่มาของอักษรภาพจีนอยู่ช่วงนึง  เพราะอักษรจีนเป็นอักษรภาพ ถ้าเรารู้ที่มาของตัวอักษรเราจะจำได้แม่นๆ ไม่มีลืมเลยล่ะ

หลังๆ นี้สุ่ยหลินเห็นว่ามีอีก fanpage ที่ทำเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แถมยังทำภาพประกอบซะสวยกว่าด้วย (แห่ะๆๆ) สุ่ยหลินเองยังชอบเลยจริงๆนะ  ก็เลยหันไปเอาดีทางแนวเล่าเรื่องผ่าน blog แบบที่ตัวเองถนัดดีกว่า (เรียกว่าเล่ากันจนวัวหาย ควายล้มเลยค่ะ)

แต่วันนี้กลับมาโพสเรื่องอักษรภาพอีกครั้ง เพราะได้ข่าวว่า fanpage ที่สุ่ยหลินพูดถึงเมื่อกี้ เค้าจะมีผลงานหนังสือเกี่ยวกับอักษรภาพออกมาแล้วจ้าา

ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้สนใจที่มาที่ไปของอักษรจีน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอักษรภาพ เพจที่ว่านั่นก็คือ ปั๊มภาษาจีน 加油站中文 ถ้าสนใจหนังสือก็เชิญที่นี่ค่ะ  http://afterword.co/chinspiration ชื่อหนังสือว่า  “ความนัยไชนีส” เท่ซ้าาาา.....

ถึงเวลาสุ่ยหลินออกหนังสือใหม่ ต้องคิดชื่อเท่ๆ มาสู้ซะแระ

สุ่ยหลิน^^










Wednesday, September 16, 2015

นี่ทับศัพท์ แล้วน้า? (外来语)

ภาษาจีนก็เหมือนภาษาไทยนะคะ คือมีการเอาคำศัพท์จากภาษาอังกฤษมาทับศัพท์ใช้ แต่ด้วยสำเนียง ด้วยแนวการออกเสียง ข้อจำกัดของจำนวนเสียงในภาษาจีนและอีกเก้ารอเก้า (ฯลฯ) ทำให้บางทีคนจีนเค้าบอกว่าพูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษแล้วนี่ไง พูดอยู่นี่เลย แต่ทำไม๊ทำไมเหมือน (ชาตินี้) เราไม่เคยได้ยินคำศัพท์นี้มาก่อนเลยนะ นี่ตกลงว่าทับศัพท์แล้วเหรอ?? 

มาดูตัวอย่างคำเหล่านี้กันค่าา ถ้าไม่งงแบบสุ่ยหลิน ขอคารวะ 3 ที อิอิ






1. คำแรก "ซังหนา"
เพื่อนเคยถามสุ่ยหลินว่าไป “ซังหนา” กันไหม??? 

ง่า..คุณพระ "ซังหนา" คืออาไล?? รู้จักแต่ชาติหน้า ตกลงกะคบกันชาตินี้ไม่พอต้องถึงชาติหน้าเลยเหรอ

เฉลย...คำนี้ค่า 桑拿 [sāng ná] แปลว่า "ซาวน่า" นั่นเองงงง (เค้าแค่ชวนไปซาวน่า...โล่งอกไปที อิ อิ)




桑拿房[Sāngná fáng] = ห้องซาวน่า


2. คำที่สอง  “อีเม่ย”
เค้าบอกว่าเดี๋๋ยวจะส่ง “อีเม่ย” มาให้

อ่า..ฟังไม่ออกไม่รู้ส่งอะไร และอะไรคืออีเม่ย - -' รู้จักแต่ผีอีเม้ย

เฉลย...คำนี้ค่า 伊妹儿(yī meìr) (อี เม่ย เออร์) หรืออีเมล์นั่นเอง เวลาออกเสียงต้องกระดกเสียง “เออร์” ให้รวมเป็นส่วนเดียวกับอีเม่ยด้วยน้า ฟังแบบกลมๆ ก็จะได้ยินว่า อีเม่ยอ่ออร์ ทำนองนี้ค่ะ^^



伊妹儿[yī meìr] = email

ส่วนคำว่าอีเมล์แบบไม่ทับศัพท์ใช้ว่า 电子邮件(diàn zi yóu jiàn) (เตี้ยน จึ โหยว เจี้ยน) (电子= ไฟฟ้า) (邮件= ไปรษณีย์) หรือไปรษณีย์ไฟฟ้านั่นเอง (ช่างคิดเนาะ) หรือจะเรียกย่อๆว่า 邮件 ก็ได้ค่ะ

3. คำที่สาม "ซูต๋า"
จะกิน "ซูต๋า" ไหม??


อืม..ไม่รู้จัก รู้จักแต่ซูกัส สงสัยจะเป็นญาติกะซูกัสหรือป่าว? แต่เดาได้ว่าเป็นของกิน  เพราะมีคำชวนกินอยู่ข้างหน้า 55

เฉลย...คำนี้ค่า 苏打[sū dá]  = โซดาค่ะ โชคดีไม่ตอบว่าเอามาอมเม็ดดิ๊ TT




苏打水 [sūdáshuǐ] = น้ำโซดา



4. คำที่สี่่ "โม๋เติง" 
บอกเลยว่า “โม๋เติง” มากๆ

อ่า..ตกลงมาเรียนจีน หรือกำลังเรียนภาษาเวียดนามอยู่ ฟังแล้วพิกลมาก

เฉลย....คำนี้ค่า 摩登 [mó dēng] หรือ "โมเดิร์น" นั่นเอง


5. คำที่สาม "ทัวฝู"
คนไทยนี่ต้องสอบ “ทัวฝู” ไหม?

อืม..ไม่รู้จัก รู้จักแต่สอบม.ต้น ม.ปลาย สอบเข้าที่ทำงาน แค่นั้น แต่รู้จักว่า “โต้วฝุ” คือเต้าหู้ เกี่ยวอะไรกับเต้าหู้ไหมล่ะ?


托福 [tuō fú] = โทเฟล

เฉลย...คำนี้ค่า 托福 [tuō fú] = โทเฟล TOEFLนั่นเอง ส่วน 豆腐[dòu fu]  = เต้าหู้ เขียนแบบนี้ค่ะ ตัวหลังพ้องเสียงเฉยๆ

หลายๆ คนอาจงงว่าทำไม๊ คนจีนออกเสียงไม่เหมือนภาษาอังกฤษเลยอ่ะ?? สุ่ยหลินเองก็งงมาก่อนค่ะ แต่ตอนหลังที่เรียนภาษาจีนมาได้สักพักก็เริ่มเข้าใจว่า คนจีนเค้าทับเสียงก็เหมือนกับที่คนไทยทับเสียงในอดีตเหมือนกัน เช่น 
ตอนเราเรียนประวัติศาสตร์ไทย เราต้องรู้จักหมอบรัดเลย์ใช่ไหม? จริงๆ หมอบรัดเลย์นี่ชื่อภาษาอะไรกันนะ?? เราเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งเยอะ ไม่เห็นเคยเจอตัวไหนว่าบรัดเลย์เลยอ่ะ

จริงๆ หมอเค้าเป็นฝรั่งอเมริกันชื่อ Dr. Bradley (แบรดลี่ย์) ค่ะแต่ภาษาไทยสมัยก่อนเขียนตัวสะกดอะไรๆ ก็ยังไม่มาก ไม่สามารถเขียนได้ใกล้เคียงได้ หูคนไทยสมัยก่อนก็ไม่คุ้นเคยกับฝรั่ง ก็เลยเขียนได้ใกล้ที่สุดจึงออกมาเป็น "บรัดเลย์" 

คนจีนเค้าก็เหมือนกันค่ะ เค้าคิดว่าตัวสะกดที่เค้าสะกดมาเนี้ยใกล้เคียงที่สุดแล้ว เราคนต่างชาติไปเห็นเข้าถึงรู้สึกว่า เห้ยย!! นี่คือใกล้แล้วเหรอ (ก็ไม่ต่างอะไรกะที่บรัดเลย์คือ Bradley) 

ดังนั้น อย่าเพิ่งงงเลยนะคะ เรากะเค้ามีคอนเซปเดียวกันเลยน้าาา

สุดท้ายก็ต้องบอกว่า ท่องเนตนู่นนี่แล้ว อย่าลืมแวะมาอ่าน 博客 [bókè] หรือ blog ของสุ่ยหลินบ่อยๆ นะคะ^^ เค้าจะโพสบ่อยๆ เลยล่ะ 


สู้ๆ ค่าา
สุ่ยหลิน^^

---------

ตอนนี้สุ่ยหลินมี Line@ แล้วน้าาาา

Add QR Code ข้างล่างหรือ Line ID: @qjk9935q "สุ่ยหลิน เรียนจีน" นะค้าา ถ้า add ไปเจอรูปผู้หญิงหน้าหมวยๆ ล่ะก็ มาถูกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ผิดอันนะตะเองงง

ใครอยากเรียนภาษาจีนแบบฮาๆ ตลกๆ จีนนอกตำรา Add กันเยอะๆ นะคะ^^ สุ่ยหลินสัญญาว่าจะอัพเดทเรื่องภาษาจีน เรียนจีนแบบนอกตำรา จะอัพกันบ่อยๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ


สุ่ยหลินคอยอยู่นะคะ จัดมาด่วนๆ จ้า^^^
ปอลิง ถ้าใน message เนื้อหาไม่ขึ้น อย่าลืมดู Home หรือ Timeline ของ @สุ่ยหลิน เรียนจีนด้วยน้า^^ เย่ๆๆ เราจะได้เจอกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นแร้ววว (ลืมถามแฟนเพจว่าอยากใกล้ชิดอ่ะป่าว ><')






Monday, September 14, 2015

ป่ะ, มั๊ย, ล่ะ ใช้ยังไงให้ถูกนะ?! (吧, 吗, 呢)

ภาษาจีนเนี่ยก็มีคำเสริมน้ำเสียงเหมือนภาษาไทยเหมือนกันนะ!

อย่างเวลาเราพูดภาษาไทย เช่น ชวนเพื่อนไปดูหนัง เราก็ชอบพูดว่า "ไปดูหนังกันเถอะ" หรือ "กินข้าวกันป่ะ"  คำว่า "เถอะ" หรือ "ป่ะ" เนี่ย ถ้ามีคนต่างชาติมาถามเราว่าแปลว่าไร? สุ่ยหลินว่าเรามีนงงไปแปดตลบ จะอธิบายไงดีหว่า??

คือมันต้องมี ไม่มีแล้วดูแปลกๆ ว่าม่ะ?

ภาษาจีนก็เป็นแบบนี้เปี๊ยบเลยค่าา มักมีคำห้อยท้ายแบบนี้ด้วย เราเรียกคำพวกนี้ว่าคำเสริมน้ำเสียงค่ะ เพื่อบอกว่าคนพูดสื่อความหมายถึงประโยคที่พูดนั้นยังไงค่ะ  งั้นวันนี้มารู้จักคำเสริมน้ำเสียงที่ใช้บ่อยที่ซู้ดในภาษาจีนกันน้าา

แนะนำสามเกลอหัวเขียวกันก่อน ได้แก่ 吧 吗 และ 呢 ค่า แต่นนน...แต้นทท์




1. คำแรกเลย 吧 [ba] 
คำนี้จะเห็นบ่อยแบบสุดๆ เลยน้า ใช้เหมือนเป็นลักษณะแนะนำหรือเชิญชวนให้คนที่เราพูดด้วยทำอะไรบางอย่าง ซึ่งฟังแล้วก็เป็นมิตรและสุภาพกว่าการสั่งตรงๆ ถ้าเทียบกับภาษาไทยก็แปลได้ว่า "เถอะ" หรือ"กันเถอะ" ทำนองนี้

การใช้  吧 นั้นไม่ได้เป็นประโยคคำถาม ดังนั้น เวลาเขียนก็ลงท้ายด้วย 。เฉยๆ ค่า (ดูเรื่องเครื่องหมายวรรคตอน (标点符号--biāodiǎn fúhào ที่สุ่ยหลินเคยเขียนไว้ที่นี่เลยจ้า http://chinesexpert.blogspot.com/2015/08/blog-post_17.html)

เช่น 我们出去吃饭吧。 [wǒ men chū qù chī fàn ba] จะแปลว่า พวกเราออกไปกินข้าวกัน"เหอะ" หรือจะ "เถอะ" ก็ย่อมได้


2. คำที่สอง 吗 [ma] 
吗 นี้ใช้ต่อท้ายประโยคที่เป็นคำถามค่ะ คนถามก็ต้องการคำตอบ ถ้าไม่ตอบเค้าอาจมีเสียใจหรือมีงอนกันได้ ถ้าเทียบกับคำไทย ก็ "ไหม" หรือ  "มั๊ย" วิธีการใช้ช่างเหมือนภาษาไทยเด๊ะๆ คือต่อท้ายประโยค คำตอบก็คือ yes หรือ no กับคำถามนั้นนั่นแล

เช่น 你知道了吗? [nǐ zhīdàole ma] เธอเข้าใจแล้วใช่มั๊ย? (อย่าลืมเครื่องหมาย ? ในประโยค 吗 ด้วยนะคะ^^)


3. คำที่สาม 呢 (ne) 
呢 นี้พิเศษกว่าชาวบ้านเค้าค่ะ ใช้ได้หลากหลายแนวนะ เช่น 

  • เป็นคำถามที่ถามความคิดเห็นให้ตอบตามใจชอบ แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า "....ล่ะ"
我吃饭了,你呢? [wǒ chīfàn le. nǐ ne?]  ชั้นกินข้าวแล้วเธอล่ะ?

  • เป็นคำถามแบบแนะนำชักชวนกลายๆ ค่ะ ออกแนวซอฟท์ๆ 
今天天气太好了,你 为什么不出去 玩儿呢?
[jīntiān tiānqì tài hǎole, nǐ wèishéme bù chūqù wán er ne?] 
วันนี้อากาศดีจัง ทำไมเธอไม่ออกไปเที่ยวข้างนอกมั่งล่ะ

  • เติมท้ายคำถามทำให้ดูซอฟท์ลง ประหนึ่งใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม (จะไม่มี 呢 ก็ได้ แต่จะดูแข็งๆ แห้งๆ หน่อยนึง)
这是谁的笔呢?
[zhè shì shéi de bǐ ne?]
นี่ปากกาใครล่ะ

  • นอกจากนี้ 呢 ก็ใช้ในประโยคบอกเล่าก็ได้อีกนะคะ เช่น
我正吃饭呢。 [wǒ zhèng chīfàn ne]
ชั้นกินข้าวอยู่ล่ะ  เป็นการเน้นกริยาว่ากำลังทำอยู่ค่ะ

เห็นป่าวคะ ว่าไม่ยากเล้ย เหมือนภาษาไทยเด๊ะๆ คราวนี้ล่ะ เราก็จะได้ใช้คำลงท้ายเป็นแล้ว แถมยังใช้ถูกสถานการณ์เหตุการณ์อีกด้วย

นอกจากคำลงท้ายเสริมน้ำเสียงแล้ว คนจีนเค้ายังมีคำอุทานอีกด้วยล่ะ เหมือนภาษาไทยว่า เอ๊ะ! อุ๊ย! โอ้ย! โธ่ถัง! อร๊ายย!! อะไรแบบนี้แต่จัดอยู่คนละหมวดกับคำลงท้ายพวกข้างบนนี้ค่าา สุ่ยหลินเคยเขียนโพสไว้แล้วที่12 คำอุทานที่เจอบ่อยๆ ในภาษาจีน คลิกที่นี่เลยค่ะ^^ http://chinesexpert.blogspot.com/2015/07/12.html

我们一起学习汉语吧。[Wǒmen yīqǐ xuéxí hànyǔ ba] = งั้นเรามาเรียนภาษาจีนด้วยกันเถอะนะจ๊ะ

สุ่ยหลิน^^



 

Sunday, September 13, 2015

ศัพท์จีนเกี่ยวกะของก๊อป! (山寨 vs 盗版 vs 假冒)

ใครๆ ก็รู้ว่าเมืองจีนมีของที่ขึ้นชื่ออยู่อย่าง นั่นคือ "ของก๊อป"  - -' โดยมีตั้งแต่เกรดแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า เกรดไม่ต้องเมพก็แยกออก เกรดแบบว่า เห้ยย! คล้ายๆ จะใช่แต่ม่ะใช่ เช่น จระเข้รุ่นนี้ไหงหันผิดทางไรเงี้ย และอื่นๆ อีกแยะ สารพัดจะสรรหานะคะ

สุ่ยหลินเองก็เป็นคนที่ไม่ค่อยจะเชี่ยวแบรนด์เนมเท่าไหร่ แต่ก็พอจะคุ้นๆ หูอยู่มั่งว่ายี่ห้อนี้เค้าดังนะ ยี่ห้อนี้หรูนะ รู้แค่นี้ล่ะค่าาา แหะๆ

และเพราะว่าของก๊อปเมืองจีนมันฮิตหยั่งงี้ สุ่ยหลินเชื่อเลยว่าเวลาไปเที่ยวเมืองจีน ต้องเคยมีคนฝากซื้อโรเล็กซ์กวางโจวแหงมๆ โพสนี้เราก็เลยมีศัพท์เกี่ยวกับ "ของก๊อป" มานำเสนอกันค่าาา 

มาติดตามกันเรยนะคะ^^

คำที่ใช้เรียกสินค้าจีนที่ปลอมหรือทำเลียนแบบของจริงนั้น มี 3 คำที่ฮิตและใช้บ่อยๆ ได้แก่.... 

山寨,  盗版 และ 假冒 แต่เอ..แล้วมันต่างกันตรงไหนอ่ะ??  เพราะทั้งหมดก็คือของก๊อปเหมือนกันนิ

มาดูความต่างกันค่าาา 

1. คำแรก 山寨[shānzhài]   
สินค้าพวกนี้มีจุดเด่นก็คือ "คล้าย" ของจริงค่ะ ต้องสังเกตดูดีๆ เพราะมันไม่เหมือนซะทีเดียว 100%  เพราะเค้ามียี่ห้อของเค้าเองนะ แต่ยี่ห้อก็บังเอิ๊ญว่าช่างจะคล้ายกะต้นฉบับซะเหลือเกิน ชวนให้คนซื้อสับสนเล่นซะงั้น


山寨 iPhone6  --ไอโฟน 6 ก๊อปขายก่อน ไอโฟน 6 ของจริงซะอีก !!!?

山寨 เนี่ยแปลได้ตรงตัวว่า "สินค้าที่ผลิตจากบนเขา" เอ๊??? ทำไมมันต้องเกี่ยวกะบนเขาด้วยนะ เพจจี๊นจีน - 很中国 เค้าเขียนอธิบายไว้แว้วค่า ติดตามอ่านลิงค์นี้ได้

ปอลิง เพจนี้เป็นอีกหนึ่งเพจที่สุ่ยหลินช๊อบชอบ เพราะว่าชอบมีศัพท์จีนใหม่ๆ ศัพท์จีนสายดาร์ค แบบที่เราหาไม่ได้จากที่ไหนมานำเสนอ เพิ่มอรรถรสในการเรียนภาษาจีนได้ดีนักแล


2. คำที่สอง 盗版 [dàobǎn] 
盗版 จะมีความหมายต่างกับคำแรกคือเป็น "ของเถื่อน"ค่ะ  ซึ่งผิดกฎหมายแน่นอนล้านเปอร์เซนต์ เพราะมันจงใจให้เหมือนของจริงเลยนะ 

ถ้าเอาไปเทียบกับ山寨 อันนั้นเค้ามีแบรนด์ของเค้า ถึงแม้จะจงใจคล้ายก็ตาม ส่วน盗版 เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แบรนด์เบรินอะไรไม่สนแล้ว ก๊อปลูกเดียวแล้วเอามาขายเลย อย่าได้แคร์โลก แถมยังก๊อปซะเหมือนของจริงมากๆ จะเรียก 盗版 ว่าก๊อปเกรด AAA ก็ได้นะ  เช่น software เถื่อนเรียกว่า 盗版软件[Dàobǎn ruǎnjiàn] CD เถื่อนเรียก 盗版光碟 [Dàobǎn guāngdié] และแผ่นบลูเรย์เถื่อนก็เรียก 盗版蓝光 [Dàobǎn lánguāng]


โปรแกรมวินโดว์เถื่อน

3. คำที่สาม 假冒 [jiǎ mào] 
假冒 คำนี้ก็หมายถึงของปลอมค่ะ แต่เป็นประเภทว่าดูออกง่ายมว๊ากกากกก เพราะปลอมแบบห่วยๆเลย เหมือนหยั่งกะไม่ตั้งใจปลอม จะเรียกก๊อปเกรด C สุ่ยหลินว่าก็ไม่ผิดนักนะ

www.ithome.com



ระยะหลังๆ นี้สุ่ยหลินโดนก๊อปโพสเอาไปใช้บ่อยมากๆ จริงๆ อย่างที่เคยบอกแล้วว่ายินดีให้แชร์เต็มที่ค่า เพื่อประโยชน์ในการเรียนภาษาจีนแต่ขอให้แชร์จาก blog หรือเพจโดยตรง หรือถ้าไม่สะดวกช่วยแปะลิงค์ให้ก็ได้ค่าาา จากศัพท์เรื่องนี้เราก็พูดได้ว่า 他发的是山寨帖。 他盗我的帖。[Tā fā de shì shānzhài tiē. Tā dào wǒ de tiē] =  ที่เขาโพสไปคือโพสก๊อป เค้าก๊อปโพสของฉันไป 

ข้อสังเกตก็คือ 山寨帖 เป็นคำนามจะใช้คู่กะกริยาว่า 发 ซึ่งมาจาก 发帖 ที่แปลว่า "โพส" (post) ส่วน 盗帖 เป็นคำกริยาค่าาาา

ขอบคุณทุกแฟนคลับและกำลังใจนะคะ สุ่ยหลินจะสู้ๆ ต่อไป อ้ายมดแดงงง

สุ่ยหลิน^^









Wednesday, September 9, 2015

4 ประโยคตอบรับคำชม ฉบับคนถ่อมตัว อุ อิๆ :)

เคยเป็นแบบสุ่ยหลินไหม? เรียนภาษาจีนใหม่ๆ เวลาเค้าชมเราว่าพูดเก่งน้า เราก็ได้แต่บิดผ้าไปมา เอ้ย ได้แต่ตอบรับว่า 谢谢! ในใจอ่ะอยากจะพูดยาวๆ แต่ก็นึกม่ะไม่ออก ได้แต่ 谢谢! น่ะสิ 

แล้วจะทำไงดี??

จริงๆ แล้วภาษาจีนมีคำตอบรับคำชมตั้งหลายอย่างแน่ะค่าา นอกจาก 谢谢! ที่ครอบจักรวาลใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์แล้ว วันนี้มารู้จักคำตอบรับคำชม ฉบับคนถ่อมตัวอย่างเราไว้ใช้ดีกว่าเนาะ อุอิ อุอิ

โดยทั่วไปแล้ว เวลาคนจีนเห็นคนต่างชาติพูดภาษาจีนได้ดีเค้าก็จะให้กำลังใจเราด้วยการพูดทำนองว่า

你的汉语说得不错![nǐ de hànyǔ shuō dé bùcuò] = ภาษาจีนเธอเนี่ยไม่เลวเลยนะ (แปลว่าดีนะจ๊ะ ตรงจุดนี้)

เราจะตอบ 谢谢 [xièxie] ก็ได้ค่ะ แต่จะให้เหนือชั้นกว่านั้น ก็ต้องตอบแบบถ่อมตัวเล็กน้อย เพราะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมจีนอ่ะนะคะ ว่าเค้านิยมตอบแนวนี้กัล จำประโยคพวกนี้เอาไปใช้ต่อได้เรย ถ้าใช้เป็นใช้ถูก คนชมเค้าจะยิ่งอึ้ง ทึ่ง (แต่ไม่เสียว) นะ กับความสามารถของเรา เย่!!

4 ประโยคตอบรับคำชมยอดฮิต ที่ใช้กันบ่อยๆ มีดังนี้ค่า^^




1. 没有没有 [méi yǒu méi yǒu]  
ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีๆ" หรอกนะ แต่แปลเป็นไทยว่า "ไม่หรอก ไม่ขนาดนั้นหรอกค่า" ต่างหาก 

2. 没有你那么说 [méiyǒu nǐ nàme shuō]
แปลได้ว่า "แหม!..ไม่ถึงขนาดที่เธอพูดหร้อก" ชั้นมันแค่เบๆ (สิค) เท่าน้าน

3. 哪里哪里 [nǎlǐ nǎlǐ ]
แปลได้ว่า "ที่ไหนกัน ที่ไหนกันเธอว์" (พูดเบิ้ล 2 ครั้งพอค่ะ 3 ครั้งยังไม่เคยได้ยินใครเค้าพูดกัน เดวจะสับสนกันไปใหญ่ อิ อิ)

4. 过奖了 [guò jiǎng le]
แปลได้ว่า "ชมเกินไปแล้ว" ออกจะเป็นทางการมากกว่าข้ออื่นสักกะติ๊ดด^^

ชอบอันไหน ใช้อันนั้นได้เลย ต่อไปเราจะได้มีคำตอบรับคำชมที่หลากหลาย ถ่อมตัว สมกับที่ได้รับคำชมว่าภาษาจีนดีจัง  โอ๊ะ! โฮ่โฮ่ะ 你过奖了!(แหม..ก้อชมกันเกินปายย แต่สีหน้าดีใจมว๊ากก!!)

สุ่ยหลิน^^














Monday, September 7, 2015

TMD (โพสสายดาร์ค) (国骂)

TMD คำด่าระดับชาติ!!
เห็นหัวข้อแล้วแฟนเพจอย่านึกว่าสุ่ยหลินมาสอนภาษาอังกฤษนะคะ มาสอนภาษาจีนเหมียนเดิม แต่ขอเล่าที่มาที่ไปก่อนได้ป่าว...

มีมิตรรักแฟนเพจของสุ่ยหลินเขียนมาถามหลังไมค์ว่า เห็นคนจีนแชทกันพิมพ์ว่า TMD อยากถามว่า TMD คืออะไร? จะย่อมาจากภาษาอังกฤษตัวไหนก็ไม่เชิง? เดาไปเดามาก็ไม่รู้อยู่ดี ตกลงTMD คืออะไรกันแน่?

หลังจากตอบคำถามมิตรรักไปแล้ว สุ่ยหลินสารภาพว่าลังเลอยู่นานว่าควรเอามาแชร์ในแฟนเพจดีไหม จริงๆ แล้วมันเป็นวาระระดับชาตินะ (เว่อร์!!) เรียนภาษาจีนก็ควรจะต้องรู้คำนี้สิ ไม่รู้ตอนนี้จะไปรู้ตอนไหน ?? ให้รู้จากสุ่ยหลินดีกว่า 5555 (เคยถามคนอ่านไหมว่าอยากรู้ป่าว)



ภาพจาก wxs.hi2net.com


มาเดากันค่ะว่า TMD คืออะไร??
ปิ๊งป่อง....เฉลย..

TMD เป็นคำด่าค่ะ T_T มาจากคำเต็มว่า 他妈的! [tā mā de] แปลแบบสุภาพว่า (คุณ) แม่คุณ แปลแบบถึงใจ (คนถูกด่า) ว่า Mom มะรึง ค่ะ แหะๆ

ถ้าแปลเป็นอังกฤษ เขาไม่ได้แปลว่า Mom มะรึง นะคะ ฝรั่งไม่เจ็บ ไม่เข้าจายย.. เขาแปลเป็น F_cking เลยค่ะ

เวลาจะพูดให้ได้อารมณ์ต้องลากเสียงตัว 妈 ให้ยาวๆ เวลาพิมพ์ในแชทก็ป่วยการพิมพ์ยาวจึงใช้ตัวย่อว่า TMD ฉะนี้แล

TMD ถือเป็นคำด่าระดับชาติกันเลยทีเดียวนะ เพราะว่าด่าอะไรไม่เจ็บถึงใจเท่าด่าแม่ (ก็เหมือนของไทย) จึงเรียกคำด่าแบบนี้ ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศว่า 国骂 [guómà] ค่าาา

แถมๆ วิชาการ (ก็มีนะ)

คำด่าภาษาจีนใช้ว่า 骂 [mà] (ไม่ใช่มาม่านะ) สังเกตดูมีปากสองปาก จำง่ายๆ คือเวลากินเราใช้ปากเดียว 口 แต่เวลาด่าปากเดียวไม่ทันแหล่ว ต้องสองปากมาดับเบิ้ลจึงสปีดได้ 骂 จึงมีสองปากด้วยเหตุผลฉะนี้ ส่วนตัว 马 [mā] (มา) ตัวข้างล่างเป็นการออกเสียงค่ะ

不好意思![bù hǎo yì sī!] ขอโทษค่า ...สุ่ยหลินสาบานได้ว่าเพื่อการศึกษาจริงจิ๊ง T_T

สุ่ยหลิน^^











ถอดรหัสต่างดาว?? ภาษาแชทจีน! (缩写的网络用语)

สมัยตอนที่สุ่ยหลินยังเอ๊าะ อร๊าายยย !! เค้าแชท MSN กันล่ะค่าา ภาษาอังกฤษศัพท์แชทที่นิยมใช้กันบ่อยๆ ก็เช่น lol = laugh out loud, BTW = By the way, OIC = Oh,I see, CU = See you อะไรทำนองนี้
เหตุที่ฮิตก็เพราะพิมพ์ง่ายๆ ไม่ต้องพิมพ์ยาว รวดเร็วทันใจวัยรุ่น (ตอนปลาย) ซึ่งรหัสต่างดาวพวกเนี้ย ภาษาจีนเค้าก็มีเหมือนกันน้าา

วันนี้สุ่ยหลินรวบรวมคำแชท รหัสลับพวกนี้เป็นภาษาจีนมาแชร์กันค่า นอกจากพวกตัวย่อที่มีที่มาจากพินอินทั้งหลาย ก็ยังมีพวกคำที่ความหมายเดิมๆของมันม่ะใช่แบบนี้ แต่ตัวอักษรมันรูปร่างมันได้ใจ เหมาะให้เอาไปใช้แทนความหมายอื่น สุดท้ายกลายเป็นแสลงไปแร้ววว

ติดตามด่วนๆ เรยนะคะ


TMD
他妈的 [tā mā dē] ถือเป็น 国骂 [Guó mà] หรือคำด่าระดับชาติค่าาา แปลแบบถึงใจถึง แม่มรึงนั่นเอง สุ่ยหลินเคยเขียนไว้แล้วที่โพสนี้ ติดตามได้เรยค่าา^^

http://chinesexpert.blogspot.com/2015/09/tmd.html


ภาพจาก toutiao.com



草泥马
草泥马 [cǎonímǎ] แปลตรงตัวก็ "ม้าหญ้าโคลน" ซึ่งจริงๆเป็นชื่อเรียกของตัวอัลปาก้าสายพันธ์ุนึง น่าตาก็น่ารัก กวนๆดี แล้ว草泥马 คือรหัสอะไรอ่ะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย??


จริงๆ แล้วคำนี้เป็นคำเลี่ยงการถูกเซนเซอร์ค่ะ ซึ่งใช้แทนคำนี้ตังหาก 肏你妈 [càonǐmā] ซึ่งก็สมควรจริงๆ แหละที่จะโดนเซนเซอร์อ่ะนะ สุ่ยหลินจึงขอแปลแบบเซนเซอร์เป็นภาษาปะกิดว่า "f&$k your mother.” ค่าา



ภาพจาก weibo.com



GG 
GG นี้ไซร้ย่อมาจาก 哥哥 [gē ge] แปลว่าพี่ชาย เวลาใช้ก็แบบนี้เลย
我的 GG 有很漂亮的女朋友。 [wǒ de GG yǒu hěn piào liang de nǚ péng you] = พี่ชายอั๊วมีแฟนโคตรสวยเลย (แปลเอาอารมณ์แชทนะจ๊ะ---ขออำภัย)


995
995 [jiǔ jiǔ wǔ] มาจากการเลียนเสียงคำว่า 救救我 [jiù jiù wǒ] แปลได้ว่า "ช่วยชั้นทีๆ" เช่น 995!我不知道该怎么做![995! wǒ bù zhī dào gāi zěn me zuò] = ช่วยทีๆ ชั้นไม่รู้ทำไงแล้ว!



จริงๆ คำว่า 凸 [tū] เปิดดิกแปลได้ว่า "นูน" เช่น เลนส์นูน แต่คนจีนเอามาใช้เป็น emoticon เพราะว่ารูปร่างของตัวอักษร เดากันได้ไหมเอ่ยว่าเอามาแทนความหมายอะไร?? (รู้แล้วจาหนาววว)



ภาพจาก freeweibo.com

เอามาใช้ในความหมายว่า "ให้นิ้วกลาง" ค่าาาา ดูแล้วก็เหมือนจริงๆ อ่ะแหล่ะ - -'


富二代 

富二代 [fù èr dài] = แปลตรงตัวว่า "คนรวยรุ่น 2" เป็นคำเสียดสีพวกลูกคนรวยทั้งหลายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลูกนักธุรกิจ ลูกนักการเมืองที่ใช้ชีวิตสุดหรู สุดอลัง เว่อร์วังแบบคนธรรมดาเอื้อมไปไม่ถึง

ภาพจาก clclt.com




火星人
火星人 [huǒ xīng rén] แปลตรงตัวคือ "มนุษย์จากดาวอังคาร" เป็นคำเรียกค่อนแคะว่าๆ แปลก ประหลาด เหมือนมาจากนอกโลกดาวอังคารน่ะค่ะ (แปลกใจว่าไม่มีดาวพุธ ดาวศุกร์อะไรบ้างหรือ?)



ภาพจาก www.huodongxing.com




คราวนี้ใครแชทมาท่าไหน เราสามารถตอบได้ว่า 凸 เห้ยยยย ไม่ช่ายยย เราก็เข้าใจมากขึ้นแล้วน้าาา ว่าเค้าหมายถึงอะไรค่าาาา

สุ่ยหลิน^^






Sunday, September 6, 2015

บอกรักภาษาจีนด้วยตัวเลข? ฉบับคนขี้อายก็บอกได้น้าาา!!

เค้าว่าคนสมัยนี้อายที่จะบอกรักกัน ยิ่งกะครอบครัว กะพ่อ กะแม่ยิ่งแล้วใหญ่ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เขินนนนฝุดๆ เลยทีเดียว สุ่ยหลินว่าส่วนนึงเพราะสังคมทำให้เราต่างคนต่างอยู่กันมากขึ้น โอกาสใกล้ชิดอะไรๆ กันก็น้อยลงไปด้วย พอจะพูดความในใจที ก็รู้จักอึกๆ อักๆ มือไม้เกะเกะแทบไม่รู้จะทำหน้ายังไง วางมือไหนดี ><'

ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่เฉพาะเมืองไทยนะที่เป็นแบบนี้ ที่จีนก็เหมือนกันเลย เคยมีคลิปวีดีโอเด็กจีนบอก “我爱你” กับพ่อแม่แต่โดนถามกลับมาว่า "นี่เมาหรือเปล่าเนี่ย!" คลิปฮาๆ นั้นเลยดังยอดวิวกระจายไป

ในเมื่อเดวนี้เราไม่กล้าบอกกันตรงๆ วันนี้สุ่ยหลินขอเสนอวิธีบอกรักแบบจีนโดยใช้หมายเลขกันค่ะ เอาไว้บอกรักพ่อแม่ หรือคนที่แอบชอบอยู่ก็ได้น้าาา

ปอลิง ตัวเลขพวกเนี้ย คนจีนเค้าเห็นว่าใกล้เคียงกะเสียงภาษาจีน เช่น 我 [wǒ] มักแทนด้วยเลข "5" [wǔ] เราเองอาจจะเห็นว่า แหม้! ไม่เห็นจะคล้ายเลยเว้ยเฮ้ย แต่สำหรับคนจีนเค้าว่าคล้ายจ๊ะ ที่สำคัญคือเค้าชอบพิมพ์เป็นตัวเลขด้วย เพราะพิมพ์ง่าย ใช้คล่อง รวดเร็วทันใจวัยรุ่นภาษาแชทจ้าาา




ภาพจาก pixgood.com


520 [wǔ èr líng] = 我爱你 [wǒ ài nǐ] = อันนี้คงม่ะต้องแปลมั๊งงงง อุอิ ๆ เขิลลล

530 [wǔ sān líng] = 我想你 [wǒ xiǎng nǐ] = ชั้นคิดถึงเธอ

770 [qī qī líng] = 亲亲你 [qīn qīn nǐ] = จูบเธอออ

880 [bā bā líng] = 抱抱你 [bào bào nǐ] = กอดเธอไว้

1314 [yī sān yī sì] = 一生一世 [yī shēng yī shì] = ตลอดกาลนานนนนน (น้ำตาลขึ้นจอ) บางทีใช้คู่กะเลข 520 เป็น 5201314 ไม่ช่ายเค้าแจกเบอร์นะครัชชช แหม่ๆๆๆ เค้าแปลว่า ชั้นรักเธอตลอดไปปปป ค่าา

กลับไป พิมพ์แชทด่วนเลยน้า อันดับแรกก็พ่อแม่เราก่อนเลย 5201314

(แม่อาจถามว่าหวยงวดนี้เหรอลูกกกก แป่ววว!!)


สุ่ยหลิน^^