Sunday, May 24, 2015

สงครามเอนทรานซ์ (高考战争)

วันนี้สุ่ยหลินมีเรื่องน่าสนใจมากฝากค่ะ เป็นเรื่องการสอบเอนทรานซ์ของนักเรียนจีนทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นสนามโหดหินซึ่งขึ้นชื่อลือชาว่าปราบเซียนเหลือหลาย อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนการแข่งขันรุนแรงกว่านี้มาก เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าคนสอบทุก 10 คนจะมีแค่ 4 คนที่มีที่เรียนในมหาลัย อีก 2 คนจะไปเรียนโรงเรียนฝึกวิชาชีพ ที่เหลือคือไม่มีที่เรียน !!ต่อให้มีเงินก็ตาม (ตัวเลขไม่เป๊ะ)

นอกจากนี้ครอบครัวคนจีนมีความเชื่อกันว่าการสอบเอนทรานซ์สามารถเปลี่ยนชีวิตนักเรียนได้ การได้เรียนมหาลัยดีๆ หมายถึงอนาคตที่ดีขึ้น เป็นจุดมุ่งหมายของเด็กนักเรียนทุกคน ถ้าเอนท์ไม่ติดไม่มีที่เรียนก็ต้องออกมาทำงานรับจ้าง เคยถามอาจารย์ว่าเอนท์ไม่ติดก็เอนท์ใหม่ปีหน้าสิ อาจารย์บอกว่าตัวเลขนักเรียนม.6 สอบเอนท์ปีๆ หนึ่งเกือบ 10 ล้านคน (ปี 2014 มี 9.8 ล้านคน) ปีนี้เอนท์ไม่ติด ปีหน้าสอบใหม่ก็ได้ แต่ก็ต้องสู้กับอัตราส่วนคนสอบใหม่ในปีหน้าอันมหาศาลเหมือนเดิม T_T

และเพราะความเครียดความกดดันสูงนี้เอง จึงที่มาของแรงกดดันมหาศาลไม่เพียงแต่ไปยังเด็กนักเรียนเท่านั้น ยังรวมไปถึงครอบครัวของเด็กด้วย ครอบครัวจากชนบทยอมกู้หนี้ยืมสินส่งลูกเรียนขอให้เอนท์ติด หลายครอบครัวเชื่อว่าเอนท์ไม่ติดชีวิตจะพังทลาย มีตัวเลขการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะเอนท์ไม่ติดด้วย

ในภาพชุดเหล่านี้เป็นการถ่ายภาพของนักเรียนม.ปลายในมณฑลเหอหนาน แสดงถึงชีวิต ความเครียด ความกดดัน ความคาดหวังของทั้งนักเรียนและครอบครัวเพื่อเตรียมการสอบเอนทรานซ์ในปี 2014 ที่แล้วมาค่ะ (ของปีนี้กำลังจะเริ่มกันเดือนหน้านี้แหละค่ะ)

มาติดตามชีวิตของเด็กนักเรียนม.ปลายชาวจีน เพื่อเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์กันค่ะ
*****
จากพาดหัวข่าว高考战争
1. 高考(gāo kǎo) (เกา เข่า) = การสอบเอนทรานซ์ (เป็นชื่อเล่น เอามาจากตัวย่อ 2 ตัว มีชื่อจริงยาวเป็นวาว่า普通高等学校招生全国统一考试)
2. 战争 (zhàn zhēng) (จ้าน เจิง) = สงคราม

(บทความนี้เคยลงใน Pantip ค่ะ ถ้าอยากเข้าไปอ่านคอมเมนท์เพื่อนๆ หนุกหนานก็เชิญได้ค่ะ http://pantip.com/topic/32271333)

มณฑลเหอหนานซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่ประชากรมากที่สุดของจีน ในปี 2014 มีเด็กนักเรียนจีนเฉพาะในเหอหนานเตรียมสอบเอนทรานซ์ถึง 724,000 คน ทั้งนักเรียนรวมครูอาจารย์และพ่อแม่ ต่างก็แบกรับความกดดันไว้มากมาย รวมไปถึงความพยายามอย่างยาวนาน ทั้งหมดก็เพื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นวันสอบเอนทรานซ์ ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่ “สงครามเอนทรานซ์” พร้อมกับความเชื่อว่าจะเป็นวันที่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้









改变(gǎi biàn) (ก่าย เปี้ยน) = เปลี่ยนแปลง
命运 (mìng yùn) (มิ่ง ยุ่น) = โชคชะตา


โรงเรียนมัธยมหรู่หนานเป็นโรงเรียนเก่าแก่มีชื่อเสียง ก่อตั้งมาหนึ่งร้อยปีในมณฑลเหอหนาน เพื่อเข้าสู่สงครามเอนทรานซ์ที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนได้พยายามอย่างยิ่งที่จะช่วยนักเรียนให้สอบให้ได้ ในภาพคือวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม ปี 2014 บนโต๊ะเรียนในห้องมีการวางของลักษณะคล้ายระเบิดมือปลอมไว้บนหนังสือ เพื่อเปรียบเทียบว่าการสอบที่กำลังจะเกิดเหมือนกับสงคราม พวกนักเรียนม.6 ต่างพูดว่า ทุกวันพวกเราเหมือนกับทหาร ต้องพร้อมที่จะ “ออกรบ” ตลอดเวลา

打仗 (dǎ zhàng) (ต่า จ้าง) = ต่อสู้,ออกรบ



“เพื่อเอนทรานซ์ฉันยอมเป็นบ้า ชีวิตจะรุ่งเรืองนับตั้งแต่ (เอนท์ติด)นี้ไป จะสู้จนเลือดหยดสุดท้าย <ตะโกนหนึ่งครั้ง> ปี 2015 ต้องสำเร็จ <ตะโกนอีกครั้ง> ฉันต้องทำสำเร็จให้ได้” ในภาพคือวันที่ 4 มิถุนายนปี 2014 นร.ของโรงเรียนหรู่หนานห้อง 515 กำลังตะโกนรวมพลังใจให้เข้มแข็งวันสุดท้ายก่อนหน้าสอบเอนท์ ที่รร.นี้นักเรียนทุกชั้นปี ทุกห้อง ทุกวันจะต้องตะโกนให้กำลังใจกันแบบนี้

狂(kuáng) (ขวง) = บ้า




วันที่ 4 มิถุนายน ปี 2014 ตอนเช้านักเรียนม.ปลายห้อง 517 ที่กำลังจะซ้อมสอบครั้งสุดท้าย ใช้เวลาที่เหลือน้อยนี้พักผ่อนสักครู่ ด้วยสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ทำให้นักเรียนรู้สึกเหนื่อยมากอย่างผิดปกติ

模拟考试 (mó nǐ kǎo shì) (หมัว หนี เข่า ซื่อ) = การทำเลียนแบบการสอบจริง เช่น จับเวลาเท่าการสอบจริง รูปแบบข้อสอบใกล้เคียงกับข้อสอบจริง (อาจใช้ข้อสอบเก่า) เป็นต้น



วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม 2013 ที่โรงเรียนหรู่หนาน เป็นช่วงเวลาทบทวนหนังสือด้วยตัวเอง ไฟหอพักปิดแล้ว เด็กนักเรียนต้องใช้แสงไฟจากหลายๆ แหล่งเพื่ออ่านหนังสือต่อ ในโรงเรียนสามารถรับรู้ได้ว่า ความรู้สึกที่หนักแน่นที่สุดคือบรรยากาศของการเรียน ภาพนักเรียนก้มหัวลงอ่านหนังสือมีให้เห็นทั่วไปในทุกๆ ห้อง

坚持学习(jiān chí xué xí) (เจียน ฉือ สเว๋ สี) มุ่งมั่นเรียน



วันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2013 เป็นภาพของอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมหรู่หนาน เห็นว่าเด็กนักเรียนอ่านหนังสือจนดึกทุกห้อง




เดือนกรกฏาคมปี 2013 เวลา 4 ทุ่ม 35 นาที ไฟในห้องพักดับแล้ว นักเรียนม.5 ใช้โคมไฟแบบชาร์ตแบตตอรี่ได้เพื่อส่องสว่างให้อ่านหนังสือกันได้ต่อ

熄灯(xī dēng) (ซี เติง) = ดับไฟ



วันหนึ่งในเดือนกรกฏาคมปี 2013 อากาศร้อนอบอ้าว ในหอพักนักเรียนชายของโรงเรียนมัธยมหรู่หนาน เหล่านักเรียนต่างต้องออกมานอนหลับกันที่ถนนด้านนอก พื้นก็ยังร้อนจากแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน ต้องรอถึงตอนตี 2 พื้นถึงจะเย็นลงนอนได้สบายขึ้น พอถึงประมาณตี 5 พวกเขาก็ต้องรีบลุกขึ้น เริ่มต้นการเรียนที่เคร่งเครียดต่อไป ท่ามกลางอากาศแบบนี้ วันหนึ่งนอนได้แค่ 3-4 ชั่วโมง นักเรียนจำนวนมากจึงเริ่มบ่นถึงสภาพโรงเรียนที่ไม่ดีและไม่เหมาะกับการใช้ชีวิต

陆续 (Lù xù) (ลู่ ซู่) = ทีละน้อย, ทีละอย่างๆ



วันที่ 24 เดือนเมษายน 2014 อีก 43 วันจะถึงวันสอบเอนท์ เพิ่งผ่าน 6 โมงเช้าไปไม่ได้เท่าไหร่ นักเรียนหญิงโรงเรียนมัธยมจู้หม่าเตี้ยนคนนี้ กำลังรีบกินข้าวเช้าเพื่อไปโรงเรียน ลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งอยู่ม.1 ที่ต้องสอบมิดเทอมก็ต้องตื่นจากเตียงแต่เช้าด้วย ถึงแม้จะง่วงหรือหาว แต่เธอก็ถูกดึงให้ลุกขึ้นมาเหมือนกัน



นักเรียนหญิงคนนี้ (คนเดียวกับในรูปข้างบน) เพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนจู้หม่าเตี้ยน เนื่องจากครอบครัวของเธอมีเวลาเจอกันน้อย เธอเองก็เรียนหนัก ไม่สามารถกลับบ้านไปกินข้าวเย็นที่บ้านได้ แม่จึงเอาอาหารเย็นมาที่โรงเรียนแล้วกินข้าวพร้อมหน้า ที่โรงเรียนมัธยมจู้หม่าเตี้ยน มีครอบครัวจำนวนมากต้องใช้วิธีนี้ โรงอาหารของโรงเรียนมื้อเย็นจึงเต็มไปด้วยครอบครัวกับเด็กนักเรียนที่ใช้เวลาที่มีไม่มากไว้พูดคุยเจอหน้ากัน

顾不上(gù bu shàng) (กู้ ปู ซ่าง) = ไม่สามารถเข้าร่วมหรือไม่สามารถจัดการ



เดือนพฤษภาคมปี 2013 โรงเรียนมัธยมหรู่หนาน เด็กนักเรียน 4 คนกำลังกินข้าวเช้าด้วยกัน เด็กนักเรียนที่นี่ส่วนมากมาจากชนบท ซึ่งต้องพักประจำที่โรงเรียน ชีวิตก็ลำบากแต่ต้องอดทนกัดฟันเรียนให้ได้ เพื่อเป้าหมายที่ว่า “ความรู้สามารถจะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้” เด็กนักเรียนจากชนบทเหล่านี้ เอาชีวิตทั้งหมดมาพนันกับการสอบเอนท์ ความลำบากพวกนี้เด็กนักเรียนที่อยู่ในเมือง (หมายถึงฐานะดี) แทบจะจินตนาการไปไม่ถึง

寒窗(hán chuāng) (หาน ชวง) เป็นสำนวนหมายถึงชีวิตที่ต้องอดทน พากเพียรเรียน



ที่โรงอาหารในโรงเรียนมัธยมหรู่หนาน เพื่อป้องกันไม่ให้รีบร้อนแล้วหยิบอุปกรณ์การกินผิด นักเรียนทุกคนจึงใช้วิธีเอากุญแจมาล๊อคไว้ซะ

锁(suǒ) (สั่ว) = ล๊อค (กริยา)




วันที่ 18 เดือนกุมภาพันธ์ 2014 เจ็ดโมงเช้า หิมะตกเป็นเกล็ดบางๆ เป็นเวลาที่นักเรียนม.4 และม.5 เริ่มกินข้าวเช้า เพราะว่าจำนวนนักเรียนมีมาก นักเรียนม.6 จึงจำเป็นต้องถูกสลับเวลาล่วงหน้า ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที นักเรียนทั้งหมดก็กินจนเสร็จ นักเรียนที่กินเสร็จแล้วก็ทะยอยกันเข้าห้องเรียนไปเรียนหนังสือ

结束(jié shù) (เจี๋ย ซู่) = เสร็จสิ้น, จบ



วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2014 เป็นภาพถ่ายหิมะตกอีกภาพ หิมะนำมาซึ่งความสุขให้กับนักเรียนโรงเรียนมัธยมหรู่หนาน นักเรียนม.4 บนตึกสองคนเปิดหน้าต่างออกมายื่นมือไปรับเกล็ดหิมะที่ปลิวลง เมื่อพูดถึงชีวิตของเด็กนักเรียนเหล่านี้ พวกเขาคิดว่า 3 ปีสำหรับชั้นม.ปลาย ถือว่าเป็นฉากชีวิตการเรียนที่ต้องกัดฟันอดทนสู้ และแน่นอนว่าในฉากพวกนี้ต้องแลกมาด้วยเหงื่อ น้ำตา แต่ยังคงเชื่อว่าจะจบลงด้วยการหัวเราะอย่างเป็นสุข

乐趣 (lè qù) (เล่อ ชุ่ย) = ความสุข
欢笑 (huān xiào) (ฮวน เสี้ยว) = เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข



หนุ่มคนนี้ชื่อหลี่ยิ่งถง เป็นนักเรียนห้อง 518 โรงเรียนจู้หม่าเตี้ยน และเป็นแชมป์เกมส์ออนไลน์ประจำจังหวัดด้วย เมื่อขึ้นม.ปลาย พ่อแม่ของหลี่ยิ่งถงซึ่งทำธุรกิจเล็กๆ ยอมทุ่มเต็มที่เพื่อการเรียนของเขา ที่บ้านของหลี่ยิ่งถง ในห้องเต็มด้วยหนังสือวางซ้อนๆ กันเป็นกองสูงจนถึงเพดานห้อง

生意(shēng yi) (เซิง อิ) = (ทำ)ธุรกิจ
舍得投资(shě de tóu zī) (เส่อ เตอ โถว จือ) = ยอมลงทุน



วันที่ 3 เดือนมิถุนายน 2014 นักเรียนห้อง 502 ชื่อเฉินจุนเฟิงกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบในหอพัก เขาเป็นนักเรียนที่มีคะแนนสอบวิทยาศาสตร์สูงที่สุดในโรงเรียน หลบเข้ามานั่งหาข้อมูลในห้องเก็บข้อมูล ทำให้มีเวลามากพอที่จะอ่านโดยไม่ถูกรบกวนจนใจวอกแวกจากการเรียน

干扰(gān rǎo) (กาน หร่าว) = รบกวน



เดือนพฤษภาคมปี 2013 เด็กนักเรียนหญิงกำลังแอบเช็ดน้ำตาอย่างเงียบๆ ระหว่างโทรกลับบ้าน โรงเรียนนี้มีนักเรียนมาจากชนบทเป็นจำนวนมาก ส่วนมากเป็นเด็กที่พ่อแม่ต้องไปทำงานที่อื่น เมื่อทุกคนจำเป็นต้องเรียนอย่างหนัก เดือนหนึ่งจึงยากที่จะได้กลับบ้านสักครั้ง ยิ่งพ่อแม่ทำงานต่างถิ่นบางทีปีครึ่งยังยากจะได้เจอกัน ยิ่งต้องมาเจอสถานการณ์กดดันอย่างการสอบเอนท์ เด็กหญิงที่อ่อนแอก็อดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกในใจออกมา

留守(liú shǒu) (หลิว โส่ว) แปลตรงตัวหมายถึงเด็กที่ถูกทิ้ง (ไว้ข้างหลัง) โดยหมายถึงการที่พ่อแม่ของเด็กจำเป็นต้องไปทำงานที่ถิ่นอื่น หรือเป็นเด็กที่ต้องอยู่ที่ชนบทดำรงชีวิตตามลำพัง บางทีก็อยู่กับญาติหรือเพื่อนบ้าน



ย่าของนักเรียนชายคนนี้ พูดถึงความลำบากของครอบครัวจนกลั้นไม่อยู่น้ำตาไหล เพื่อดูแลหลาน ย่าวัย 70 กว่าปีมาจากต่างจังหวัดเช่าห้องเล็กๆ ใกล้ๆ โรงเรียนเพื่อดูแลหลาน ในบริเวณที่พวกเขาเช่าอยู่มีอีก 16 ครอบครัวและเด็กอีก 40 กว่าคนเช่าอยู่รวมกัน ทั้งหมดก็คือครอบครัวที่มาเช่าเพื่อดูแลลูกหลานที่กำลังเตรียมตัวสอบเอนท์

伤心落泪 (shāng xīn luò lèi) (ซาง ซิน ลั่ว เล่ย) = เจ็บปวดจนน้ำตาไหลออกมา



เด็กชายคนนี้ (กำลังหาว) เป็นนักเรียนห้อง 556 โรงเรียนมัธยมหรู่หนาน มีครอบครัวที่ไม่มีความสุขนัก แม่จากไปด้วยมะเร็งกระเพาะ เมื่อพอรู้เรื่องก็ต้องอดทนลำบากเรียนเอง เรียนจนได้คะแนนติดหนึ่งในสิบของห้อง เขาบอกว่า “ผมมีแค่ต้องสู้ สอบเข้าได้มหาลัยที่หวังไว้ ถึงจะมีหน้าไปบอกกับย่า พ่อ และครูอาจารย์รวมถึงโรงเรียนที่ช่วยผมมาได้”

照顾 (zhào gu) (เจ้า กู) = ดูแล, เทคแคร์



ภาพห้องเรียนห้อง 487 นักเรียนหญิงคนนี้มักเป็นคนที่อ่านหนังสือคนสุดท้ายของวัน เหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงวันสอบเอนท์ นักเรียนม.6 ต้องทำข้อสอบฝึกหัดทุก ๆ 2 วัน ถ้าได้พักผ่อนเต็มที่นักเรียนก็จะเรียนได้ดี แต่ทุกคนก็พยายามใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีค่า ส่วนใหญ่จึงอ่านหนังสือจนถึงดึก วันรุ่งขึ้นก็ตื่นแต่เช้า วันๆ หนึ่งเวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องเรียน

争分夺秒(zhēng fēn duó miǎo) (เจิง เฟิน โต๋ว เหมี่ยว) เป็นสำนวนแปลว่าใช้เวลาทุกนาที, ต่อสู้ทุกนาที




เดือนพฤษภาคม 2013 ภาพของนักเรียนม. 4 หลังสอบกลางภาคเสร็จ มีการประกาศผลสอบที่ได้คะแนนดีต่อหน้า ที่ประชุมนักเรียน นักเรียนคนหนึ่งบิดขี้เกียจอย่างเหนื่อยล้า

疲惫(pí bèi) (ผี เป้ย) = เหนื่อยล้า



เดือนพฤษภาคม 2013 ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนหรู่หนาน นักเรียนที่เพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จกำลังมาให้ยาผ่านทางหลอดเลือด เวลาป่วยเป็นหวัดนักเรียนส่วนมากเลือกที่จะรักษาโดยการให้ยาผ่านทางหลอดเลือด เพราะว่ารักษาหายเร็วกว่า (กินยา) และไม่ต้องกระทบกับเวลาเรียนด้วย

打点滴(dǎ diǎn dī) (ต๋า เตี่ยน ตี) การให้ยาผ่านทางหลอดเลือด

นักเรียนกำลังให้ออกซิเจนพร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วยที่โรงพยาบาลเมืองซุ่ยหนิน

ครูโรงเรียนมัธยมกำลังทำการซ้อมสอบให้กับนักเรียน เพราะว่าเกาเข่าคือการสอบที่ชี้เป็นชี้ตายได้ การซ้อมสอบแบบนี้จึงได้รับความนิยมให้ทำกันมากขึ้นเรื่อยๆ

เดือนพฤษภาคม 2013 เด็กนักเรียนหญิงคนนี้กำลังยืนอยู่หน้าป้ายประกาศผลเอนทรานซ์ของ 6 จังหวัดหน้าโรงเรียน เพื่อการสอบเอนทรานซ์ โรงเรียนมักจะจัดการซ้อมสอบหลายๆ ประเภท โดยแต่ละโรงเรียนในเมืองนั้นจะรวมตัวกัน จัดให้มีการซ้อมสอบก่อนสอบจริง ยิ่งวันเอนทรานซ์ใกล้เข้ามา การสอบยิ่งเข้มข้น เพื่อให้บนเส้นทางที่เดินสู่การสอบจริง พวกเด็กนักเรียนรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนแล้ว

身经百战 (shēn jīng bǎi zhàn) (เซิน จิง ไป๋ จ้าน) = ทหารผ่านศึก,มีประสบการณ์อย่างโชกโชน


วันที่ 3 มิถุนายน 2014 เหลืออีก 3 วันจะเอนทรานซ์ โรงเรียนมัธยมหรู่หนานจัดงาน “ปฎิญาณตนสอบเอนทรานซ์” ให้นักเรียนชั้นม. 6 เดินผ่านซุ้มประตูสูบลมสีรุ้งที่เขียนไว้ว่า “เตอเซิ่งเหมิน” 德胜门 (ชื่อประตูที่ปักกิ่ง) และ “ประตูแห่งชัยชนะ” ระหว่างทางได้รับกำลังใจและเสียงตะโกนเชียร์ให้สู้ๆ สู้ๆ จากนักเรียนชั้นม.4, ม.5 และครูอาจารย์กว่าอีก 5 พันคน

德胜门(Dé shèng mén) (เต๋อ เซิ่ง เหมิน) เป็นชื่อประตูชัยที่ปักกิ่ง เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองทางเหนือ ปัจจุบันเป็นแลนมาร์คของถนนไฮเวย์วงแหวนรอบ 2 ของปักกิ่ง



วันที่ 8 มิถุนายน 2013 ตอนกลางวันที่โรงเรียนหรู่หนาน นักเรียนที่เพิ่งจะสอบเอนท์เสร็จลากเอาหนังสือที่ใช้การสอบลงจากตึกเพื่อเอาไปขายต่อในราคาถูกๆ ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว!


วันสอบเกาเข่าปีนี้ตรงกับวันที่ 7-8 มิถุนายน 2014 มีนักเรียนจีนเข้าสอบทั้งสิ้น 9.8 ล้านคน จริงๆ แล้วการสอบเพียงแค่สองวันนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สาเหตุเพราะความเครียดมหาศาลที่กดดันนักเรียนจากการสอบเพียงแค่ครั้งเดียว และเกาเข่าเองก็ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นของจีนด้วย

โรงเรียนเหิงสุ่ย ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีประสบความสำเร็จในการสอบเกาเข่าสูงสุดตลอด 14 ปีที่ผ่านมา มีคติพจน์ประจำโรงเรียนอยู่ 2 ข้อ คือ “ชีวิตไม่ใช่การซ้อม เพราะว่าคุณจะไม่มีโอกาสได้ลองใหม่อีกครั้ง” กับ “ถ้าไม่ตายจากการเรียน ก็จงเรียนให้หนักขึ้นอีก” ที่โรงเรียนนี้นักเรียนจะเรียนหนังสือกันตั้งแต่ ตี 5.30-1ทุ่ม 50 ไม่ให้ใช้มือถือ และหยุดได้เดือนละวัน กล้องวงจรปิดถูกติดไว้ในแต่ละห้องเพื่อดูว่านักเรียนคนไหนจะขี้เกียจ ที่ทำอย่างนี้เพราะโรงเรียนเองก็ต้องการเตรียมให้นักเรียนสอบผ่านเกาเข่าให้ได้เหมือนกัน


กระทรวงศึกษาของจีนรายงานว่านักเรียนทุกคนกำลังต่อสู้กับที่นั่งในมหาลัยที่ว่างเพียง 6.5 ล้านที่ (คนสอบ 9.8 ล้านคน) การสอบแบ่งเป็น 3 วิชาหลักคือภาษาจีน เลขและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีการสอบเฉพาะทางด้วย ในอนาคตมีแผนที่ลดการเน้นการสอบภาษาอังกฤษลงแต่ไปเพิ่มการสอบภาษาจีนให้มากขึ้นแทน


นักเรียนกำลังสอบภาษาอังกฤษที่หอประชุมมหาลัยตงกว่าน


นักเรียนกำลังสอบสเก็ตซ์ภาพที่จี้หนาน มณฑลชานตง


แม่นักเรียนคนหนึ่งกำลังคอยลูกอยู่นอกประตูที่เหอเฝย มณฑลอันฮุย



นักเรียนกำลังขึ้นรถเมล์ไปสอบที่หลิวอัน มณฑลอันฮุย ครอบครัวรวมถึงเพื่อนๆ ของนักเรียนที่จะไปสอบต่างมาให้กำลังใจกันจนเต็มถนน


นักเรียน (คนซ้าย) กำลังอ่านหนังสือที่โรงแรมในเซี่ยงไฮ้ ที่เช่าไว้ใกล้กับสถานที่สอบเกาเข่า ที่ปักกิ่งคนขับรถแท็กซี่กว่า 1,700 คันยินดีขับรถไปส่งนักเรียนที่ต้องการไปสอบให้ฟรี


กล้องตรวจจับผู้เข้าสอบที่ซุ่ยหนิน มณฑลเสฉวน สำหรับใช้ตรวจจับกรณีโกงสอบ



นักเรียนฟุบหลับระหว่างพักอ่านหนังสือ โรงเรียนบางแห่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ากำลังผลิต “หุ่นยนต์” ที่สามารถอ่านหนังสือได้มากกว่า 15 ชั่วโมงต่อวัน


นักเรียนกำลังท่องหนังสือด้วยตัวเองตอนกลางคืนที่เหอเฝย มณฑลอันฮุย มีตัวเลขเปรียบเทียบว่ามีผู้สอบเกาเข่า 9.8 ล้านในขณะที่มีคนสอบ SAT เพียง 1.8 ล้านคน


พ่อแม่ของนักเรียนที่ฮวายเป่ย มณฑลอันฮุยกำลังคอยลูกที่จะสอบเสร็จด้านนอก (ดูครั้งแรกนึกว่าม๊อบ)



เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนักเรียนก่อนเข้าสอบที่เสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง เจ้าหน้าที่ให้คำปฏิญาณว่าจะจัดการกับการโกงสอบให้ได้


กล้องซ่อนในปากกา (ที่ 2 จากซ้าย) และตัวรับสัญญาณซึ่งทำให้เหมือนยางลบ ที่ตำรวจยึดได้จากนักเรียน


แว่นตาซ่อนกล้อง และตัวรับสัญญาณที่เป็นเหรียญวงเล็กๆ


อุปกรณ์การโกงสอบอย่างอลังถูกจับได้ที่เฉิงตู มณฑลเสฉวน


มือถือและตัวรับสัญญาณที่ถูกยึดมาได้ กระทรวงศึกษาจีนบอกว่านักเรียนที่ถูกจับได้ว่าโกงสอบต้องถูกตัดสิทธิ์สอบ 1-3 ปี


ตำรวจพยายามจัดให้นักเรียนเข้าแถวเพื่อลงทะเบียนสอบ


พ่อแม่คอยลูกสอบเสร็จที่เซี่ยงไฮ้ (ป้ายสีแดงเขียนว่า ช่วงนี้คือช่วงสอบเกาเข่า)


นักเรียนเดินออกมาหลังจากเพิ่งสอบเสร็จวันแรก (คนมหาศาลมากๆ)